ก่อนหน้านี้ การประปานครหลวง ได้ออกมาตรการลดแรงดันการจ่ายน้ำในช่วงกลางคืน ตั้งแต่ 23.00 น. – 05.00 น. เพื่อบรรเทาผลกระทบภัยจากภัยแล้ง ทำให้สามารถลดปริมาณการดึงน้ำ จากเขื่อนในลุ่มเจ้าพระยาได้ถึง ร้อยละ 10 ล่าสุดเพื่อลดปริมาณการดึงน้ำลงอีก จึงได้มีการเพิ่มเวลาลดแรงดันในช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 13.00น. - 17.00น. โดยจะเริ่มในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำ รวมกันได้มากถึง ร้อยละ 15
นายธนศักดิ์ วัฒนะฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง บอกว่า การลดแรงดันน้ำในทั้ง 2 ช่วงเวลา จะไม่กระทบต่อการใช้น้ำของประชาชน เพราะช่วงเวลา05.00 น.-10.00 น. และ 18.00 น.-21.00 น. เป็นช่วงที่มีประชาชนใช้น้ำมากที่สุด วิธีนี้จึงเป็นการควบคุมปริมาณน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้อย่างพอเพียง โดยยืนยันว่า มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการบริโภคและอุปโภค จนถึงเดือนกรกฏาคมที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน
น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 2,800 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ คิดเป็น 15% ของปริมาณเก็บกัก กรมชลประทานปล่อยน้ำอยู่ที่วันละ 18 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค ภาคเกษตรบางส่วน และการรักษาระบบนิเวศน์ โดยการประปานครหลวงดึงน้ำมาใช้ประมาณวันละ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร
ส่วนค่าความเค็มที่สถานีน้ำดิบสำแล แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาส่งมายังกรุงเทพมหานคร ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยลิ่มความเค็มยังอยู่ห่างจากจุดรับน้ำดิบสำแลกว่า 2 กิโลเมตร ไม่ส่งผลกระทบต่อการสูบน้ำดิบที่นำมาผลิตน้ำประปา