ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันนี้ (14 มี.ค. 59) จะพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อย่างเป็นทางการ ซึ่งรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.มี 64 มาตรา แบ่งเป็น 3 หมวด ประกอบด้วย หมวดการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ การจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ และการเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียง หมวดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการออกเสียง และหมวดการควบคุมการออกเสียงและบทกำหนดโทษ
โดยสาระสำคัญแก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุด คือ การจัดทำประชามติให้ กกต.กำหนดวันออกเสียงซึ่งจะต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วัน นับแต่วันที่ กกต.ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ และสรุปสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนวันออกเสียงให้เปิดการลงคะแนนออกเสียงตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. โดยคุณสมบัติของผู้มีสิทธิออกเสียง ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันออกเสียง
ทั้งนี้กกต.ขอให้ สนช. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ให้มีผลบังคับใช้ไม่เกินวันที่ 13 เม.ย. 59 ที่ กรธ.จะส่งสรุปร่างรัฐธรรมนูญให้ กกต.ที่จะต้องจัดพิมพ์เผยแพร่ เพราะหากล่าช้ากว่าเวลาดังกล่าวจะกระทบต่อการจัดการออกเสียงประชามติ เพื่อให้สามารถดำเนินการจัดทำประชามติได้ในวันที่ 7 ส.ค. 59 โดยทาง กกต.จะเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (15 มี.ค. 59)
สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่ายังคงอยู่ในหมวดของการปฏิรูปที่แยกออกมาใหม่ โดยให้กรรมการทั้งหมดเร่งดูเนื้อหาข้อเสนอแนะของแต่ละฝ่ายเพื่อสรุปให้เร็วที่สุดว่าจะเขียนในหลักการโครงสร้างไว้อย่างไร เพื่อตอบโจทย์การปฏิรูปในอนาคต แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีกี่มาตรา ส่วนเรื่องข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ ส.ว.สรรหา ช่วงเปลี่ยนผ่าน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น เอกสารลายลักษณ์อักษรยังมาไม่ถึง และ กรธ. ก็ยังไม่ได้เริ่มลงรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากหลักการเดิมหรือไม่ อย่างไร
ด้านพ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวว่าจากการประเมินการเคลื่อนไหว การแสดงความคิดเห็นของนักการเมืองทั้งในไทยและต่างประเทศ ยังถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงของการแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่การเฝ้าระวังของเจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการตามปกติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามโรดแมป และยืนยันตลอดระยะเวลาที่ คสช.เข้ามา ได้แก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งทำไม่ได้