ตั้งแต่ช่วงเมื่อเย็นวานจนถึงเวลานี้ ฝ่ายความมั่นคงสรุปว่า เหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เกิดขึ้นทั้งสิ้น 21 เหตุการณ์ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่า อาจมีคนในรู้เห็นและคอยช่วยเหลือ ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้โรงพยาบาลเจาะไอร้องเป็นฐานที่มั่นได้ ส่วนการกราดยิงฐานตำรวจบริเวณสถานนีรถไฟเจาะไอร้อง เจ้าหน้าที่พบกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพลักษณะของผู้ก่อเหตุได้ชัดเจนระดับหนึ่ง
ทั้งนี้ ตามภาพผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เป็นพาหนะ มือปืนที่ทำหน้าที่กราดยิงใส่ที่พักชั่วคราวของตำรวจ แต่งกายเป็นหญิงใช้ผ้าฮีญาดปกปิดใบหน้า โดยเฉพาะคนที่นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันแรก พบว่าเป็นผู้มีความผิดปกติที่ขาขวา โดยใช้ขาเทียมแบบเหล็กท่อนเดียว
ส่วนการตรวจสอบอีกจุด ซึ่งถือเป็นจุดปะทะใหญ่คือที่โรงพยาบาลเจาะไอร้องนั้น วันนี้ (14 มี.ค. 2559) พลโทชินวัฒน์ แม้นเดช รองแม่ทัพภาคที่ 4 ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุ นอกจากจะพบร่องรอยความเสียหาย และปลอกกระสุนปืนสงครามชนิด เอ็ม 60 และอาก้า กว่า 500 ปลอก ภายในอาคาร 2 ที่ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้าย นอกจากนี้ยังมีอาคารบ้านพักของแพทย์อีกอย่างน้อย 3 หลัง ที่ผู้ก่อเหตุยึดเป็นฐานที่มั่น ยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4816 โดยตรวจสอบพบปลอกกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง
ส่วนเส้นทางและที่ตั้งของจุดเกิดเหตุ เชื่อได้ว่าผู้ก่อเหตุใช้ป่ารกทึบ ด้านหลังโรงพยาบาลเจาะไอร้องเป็นเส้นทางในการแฝงตัวเข้ามา โดยใช้การแต่งกายชุดดำ สวมหมวกไหมพรมอำพรางตัว คาดว่ามีผู้ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้อย่างน้อย 40 ถึง 50 คน
สำหรับป่าด้านหลังโรงพยาบาลเจาะไอร้องคือที่ตั้งของเขาตะเว ซึ่งอยู่ในการจับตาของฝ่ายความมั่นคงมาตลอดหลายปี เพราะเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มก่อความไม่สงบจำนวนมาก และเป็นจุดที่มีการปะทะ จากความพยายามบุกยึดทำลายฐานที่ตั้งของกลุ่มก่อความไม่สงบต่อเนื่อง
ขณะที่ พลโทวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัดนราธิวาสและหน่วยงานความมั่นคง ปรากฎข้อมูลชัดเจนว่าผู้ก่อความไม่สงบเตรียมการมาอย่างดี เนื่องจากกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลเสียหายทั้งหมด ไม่มีตัวใดสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ คาดว่า ตลอดการปฏิบัติการ อาจจะมีคนในคอยส่งสัญญาณและดูต้นทางได้
ทั้งนี้ ภาพรวมของการก่อเหตุ พบว่าตลอดช่วงเย็นของเมื่อวานนี้จนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา พบว่า มีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้นทั้ง 21 เหตุการณ์ เจ้าหน้าที่รัฐบาดเจ็บ 10 นาย และประชาชนบาดเจ็บอย่างน้อย 3 คน โดยมีปัตตานีจังหวัดเดียว ที่ไม่มีเหตุเกิดขึ้น
ด้าน พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวประณามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่ใช้โรงพยาบาลเป็นจุดปะทะ
ส่วนนายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงที่เป็นเป้าหมายอย่างเข้มงวด ขณะที่ผู้บัญชาการทหารบก สั่งเร่งเยียวยาและทำความเข้าใจกับประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมให้ดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ
สำหรับสาเหตุการก่อเหตุหลายจุดพร้อมกันครั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชื่อว่าเป็นการแสดงศักยภาพเชิงสัญลักษณ์ ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เนื่องในวันสถาปนาของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ซึ่งการก่อเหตุในจังหวัดนี้ทุกครั้งจะมีเป้าหมายในการลงมือมากว่า 3 จุด