วันนี้ (15 มี.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการกำจัดขยะชุมชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนาเรื่องทางออกการจัดการขยะชุมชนของประเทศไทย ที่สโมสรทหารบก เพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาขยะชุมชนให้เหมาะสมกับชุมชน ตรงจุด และประชาชนยอมรับ
นายชาญวิทย์ วสยางกูร ประธานคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการกำจัดขยะชุมชน ระบุว่าการหาแนวทางที่เหมาะสมในการกำจัดขยะนั้น จะต้องดูตามข้อกฎหมายก่อนแล้วนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อเร่งผลักดันและหาวิธีการกำจัดขยะที่เหมาะสม โดยท้องถิ่นและประชาชนต้องเห็นด้วยก่อนถึงจะดำเนินการต่อได้ ซึ่งโรงไฟฟ้าขยะเป็นเพียงทรงเลือกหนึ่งเท่านั้น
ส่วนการที่รัฐบาลใช้มาตรา 44 ปลดล็อคการทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA)และอีเอชไอเอ (EHIA) นั้น นายชาญวิทย์กล่าวว่าโรงไฟฟ้าขยะไม่เข้าข่ายกระบวนการดังกล่าว
ด้านนายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยถึงแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายของประเทศ ระหว่างปี 2559-2564 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา ใน 4 แนวทาง คือ 1.แก้ไขปัญหาขยะเก่าสะสม 30 ล้านตัน ซึ่งได้จัดการเรียบร้อยแล้ว 66% โดยเฉพาะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ 2.สร้างรูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยใหม่ เช่นการขนย้ายขยะแบบข้ามเขตเพื่อมาจัดการในพื้นที่เดียวกัน และการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ 3.วางระเบียบและแก้ไขมาตรการเพื่อลดขั้นตอนการสร้างโรงแปรรูปขยะให้เป็นพลังงาน แก่นักลงทุนมีเพดานลงทุนมากกว่า 1,000-5,000 ล้านบาท 4.สร้างวินัยคนในชาติให้แยกขยะ
ขณะที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานสั้นๆก่อนจะรีบไปประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลว่าปัญหาขยะชุมชนเป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศต้องร่วมมือกันเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน