ประเด็นข้อสงสัยที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลายมีอยู่ด้วยกัน 4 เรื่องหลัก ๆ คือ
1.รถเบนซ์คันนี้ใช้ความเร็วเท่าไร
2.การตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดในตัวผู้ขับขี่
3.ซองยารักษาโรคอย่างหนึ่งที่ตกอยู่ในรถ เป็นยาชนิดใด ใช้รักษาโรคอะไร
4.ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากรถเบนซ์คันนี้ขับฝ่าด่านเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติบนทางด่วน บริเวณด่านพระราม 4 ไปจนถึงจุดที่เกิดเหตุชนกับรถฟอร์ดนั้นพฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างไร
ปมสงสัยทั้ง 4 เรื่องนั้น ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า หนึ่งในนั้น คือ การตรวจวัดแอลกอฮอล์ คงไม่สามารถตรวจหาได้เพราะระยะเวลาตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ผ่านมาครบสัปดาห์แล้ว ซึ่งประเด็นนี้มีหากมีการตรวจสอบและทราบผลก็จะมีผลต่อคดีเป็นอย่างมากทั้งในส่วนของการแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก และมีผลต่อการพิจารณาลงโทษหากกระบวนการเข้าสู่ชั้นศาล
ดังนั้นประเด็นที่เหลืออยู่ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ คือ การตรวจหาสารเสพติด ซึ่งสามารถตรวจได้จากเส้นผม เล็บ และกระแสเลือด การตรวจสอบชนิดยาในตกอยู่ในรถ ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนแพทย์ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งว่ายาชนิดนี้มีสรรพคุณอย่างไร ใช้รักษาโรคอะไร และมีผลต่อการขับรถหรือไม่ อย่างไร
ต่อมาคือ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากขับรถฝ่าด่านทางด่วนไปจนถึงจุดที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร โดยตำรวจกำลังไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือกล้องตรวจจับความเร็วตามจุดต่าง ๆ ตลอดเส้นทาง
สุดท้ายคือการพิสูจน์การใช้ “ความเร็วรถ” ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในเร็ว ๆ นี้เพราะล่าสุดตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้ลงพื้นที่เกิดเหตุตรวจวัดระยะทางและร่องรอยต่าง ๆ ที่รถเบนซ์คันนี้ทิ้งเอาไว้