ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้เรียกนายอำเภอ หัวหน้ากรมอุทยานทุกหน่วย รวมทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง หารือถึงมาตรการป้องกันหลังเกิดเหตุไฟป่าขึ้นต่อเนื่องกว่า 82 จุด และค่าหมอกควันหนาแน่นทั่วจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนเกิดหมอกควันวิกฤติหนัก ค่าฝุ่นละอองในอากาศสูงถึง 260 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันลาดตระเวนและเฝ้าระวังพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดซึ่งมักมีการลักลอบเผาป่า
ส่วนที่จังหวัดเชียงราย ค่ามลพิษทางอากาศเกินมาตรฐานติดต่อกันถึง 7 วันแล้ว โดยจุดที่เป็นห่วงอยู่ที่ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยหมอกควันเกิดจากการเผาป่าของประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก
ส่วนเรื่องการเผาป่าในพื้นที่นั้นยังไม่ถือว่ารุนแรง เพราะจุดเกิดความร้อน (Hotspot) เกิดขึ้นประมาณ 40 ครั้ง ถือว่าต่ำที่สุดของภาคเหนือ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนสถานการณ์ไฟป่าที่ลุกไหม้ป่าในพื้นที่อำเภอแก่งกระจาน และอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี เริ่มเบาบางลงแล้ว แต่ยังมีกลุ่มควันไฟปกคลุมพื้นที่ไปทั่วบริเวณ ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมด้วยหน่วยดับไฟป่าได้ประชุมวางแผนในการจัดกำลังเข้าไปทำการดับไฟที่กำลังลุกไหม้ เพื่อไม่ให้ลุกลามขยายเป็นวงกว้างเพิ่มขึ้น