พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลงานทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่าในส่วนยางพาราพบปัญหาการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือล่าช้า ซึ่งเกิดจากทำขึ้นบัญชีไม่เรียบร้อย ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าจ่ายเงิน จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้เงินถึงมือเกษตรกรโดยเร็ว
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มีการเจรจากับทางประเทศจีนให้ช่วยซื้อยางเพิ่มอีกเป็น 2 เท่า ขณะเดียวกันก็ต้องมาแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเนื่องจากปัจจุบันเราใช้ยางในประเทศร้อยละ 10 แต่ส่งออกร้อยละ 90 ดังนั้นต้องมีการสร้างความเข้มแข็งด้วยการสร้างโรงงานยางในประเทศเพื่อลดการส่งออก
ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลงานด้านเศรษฐกิจ ว่าการแก้ไขปัญหายางพารได้จัดโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกร เพื่อรวบรวมยางวงเงิน 10,000 ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว 1,600 ล้านบาท โครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง โดยองค์การสวนยางเข้าประมูลยางแล้ว 13,200 ตัน ใช้เงิน 685 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่ผู้ประกอบการวงเงิน 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งเบิกจ่ายในช่วงปลายปี 2557 อีกทั้งเชื่อว่จะทำให้ราคายางอยู่ที่ 60 บาท/กก. ได้ภายในปีนี้ และเชื่อว่าภายใน 2 ปี จะสามารถทำให้ราคายางมีเสถียรภาพได้
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาเรื่องข้าวตั้งแต่เดือน ต.ค. - พ.ย.ที่ผ่านมา สามารถซื้อขายข้าวได้ 34,200 ตัน ชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ให้ผู้ประกอบการค้าข้าว 146 ราย วงเงินกู้ 26,771 ล้านบาท และสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี พร้อมระบายข้าวผลักดันการส่งออกได้ 1 ล้านตัน
ส่วนจีดีพีในไตรมาสที่ 4 คาดว่าจะขยายตัวขึ้นร้อยละ 3 และเชื่อว่าในปี 2558 จะขยายตัวเกินร้อยละ 4 อย่างแน่นอน เนื่องจากมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ การเบิกจ่ายงบประมาณงบลงทุน การใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการลงทุนของภาคเอกชน
สำหรับการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในปีหน้าจะเน้นด้านคมนาคม อุตสาหกรรม และดิจิตอลอีโคโนมี โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาดูเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมัน