วันนี้ (24 มี.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ตัดสินให้ชาวหนองแหน 212 คน ชนะคดีกับโรงงานน้ำดื่มบรรจุขวด อาเจไทย จำกัด และโรงงานรีไซเคิล เค เอส ดี ที่เป็นผู้รับว่าจ้างรับกำจัดของเสีย และพวก รวม 4 ราย เพราะได้รับผลจากการลักลอบทิ้งสารเคมีของเอกชนกลุ่มนี้
โดยศาลระบุว่า เอกชนกลุ่มนี้ ละเมิดพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยให้เอกชนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้ชาวบ้านคนละ 64,050 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องคือ 28 ก.พ. 2557 แต่ไม่ต้องฟื้นฟูสภาพแวดล้อมตามที่ชาวบ้านระบุไว้เนื่องจากเห็นว่าผลตรวจจากภาครัฐระบุว่ามีสารตกค้างต่ำกว่าค่ามาตรฐานแล้ว
สภาพดินในบ่อกว้าง 15 ไร่ ที่เอกชนลักลอบนำของเสียโรงงานอุตสาหกรรมมาทิ้งตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันยังมีลักษณะเป็นตะกอนสีดำอยู่บางจุด แม้จะอ้างว่า ผ่านการบำบัดแล้วก็ตาม
โดยก่อนหน้านี้ กรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรมยืนยันกับชาวบ้านว่า สารตกค้างน้อยลงและไม่เป็นอันตราย สามารถใช้น้ำได้ตามปกติ แต่ชาวบ้านหนองแหน ที่เคยเห็นการลักลอบทิ้งสารเคมีที่นี่ไม่กล้าใช้น้ำในบ่อนี้ เพราะเคยนำไปตรวจพบสารฟีนอล ซึ่งเป็นสารอันตราย รั่วซึมลงแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อน้ำตื้นของชาวบ้าน
ปัญหาของชุมชนที่นี่ยังไม่มีน้ำประปาใช้ จึงจำเป็นต้องขุดบ่อน้ำตื้นไว้สำหรับอุปโภคบริโภค แต่หลังจากปัญหาดังกล่าวทำให้ชาวบ้านยังไม่กล้าใช้น้ำจากบ่อของตัวเอง และต้องซื้อ น้ำขวดดื่มกิน มากว่า 2 ปี
การรวมตัวต่อสู้ของชาวหนองแหน ในเรื่องนี้ ยังเป็นที่มาของคดีจ้างวานฆ่า นายประจบ เนาวโอภาส ผู้ใหญ่บ้าน จนเสียชีวิตเมื่อปี 2556 โดยคดีนั้นผู้ต้องหา ที่เป็นทั้งเจ้าของโรงงานรีไซเคิล และข้าราชการกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถูกศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต