วันนี้ (2 เม.ย.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ จากวิทยาลัย “อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน” ที่ตีพิมพ์ลงในนิตยสาร “แลนเซ็ท” ซึ่งทำการศึกษาผู้ชายและผู้หญิงจำนวน 20 ล้านคนใน 186 ประเทศทั่วโลก โดยใช้เวลาศึกษาตั้งแต่ปี 1975 จนถึงปี 2014 รวมระยะเวลา 39 ปี พบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว จำนวนผู้ชายที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ในขณะที่เพศหญิงอ้วนขึ้น 2 เท่า หมายความว่า จำนวนคนอ้วนเพิ่มขึ้นจากปี 1975 ที่มีอยู่ 105 ล้านคน ขึ้นมาเป็น 641 ล้านคน ในปี 2014 แยกเป็นผู้ชาย 266 ล้านคน และผู้หญิง 375 ล้านคน นอกจากนี้ยังมีตัวเลขอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเช่น ผู้ชายและผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน อาศัยอยู่ในประเทศจีนมากที่สุด
ศาสตราจารย์มาจิด เอสซาด หนึ่งในทีมศึกษาเปิดเผยว่า เมื่อ 40 ปีก่อน โลกของเรามีคนน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน มากกว่าคนอ้วน 2 เท่า แต่มาถึงปัจจุบัน เรากลับมีคนอ้วนมากกว่า 2 เท่าแล้ว นั่นหมายความว่า โลกของเราเดินทางมาถึงจุดวิกฤติ ที่รัฐบาลของแต่ละประเทศ ต้องรีบแก้ปัญหาโดยด่วน
ศาสตราจารย์เอสซาด กล่าวต่อว่า หนทางแก้ปัญหานี้คือ รัฐบาลต้องทำให้ราคาของผักผลไม้ถูกลงกว่านี้ ขณะเดียวกัน ก็ขึ้นราคาอาหารที่เป็นตัวการทำให้อ้วน ผู้คนก็จะหันไปหาซื้อของที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกายมากขึ้น
ในทางตรงกันข้ามปัญหาคนน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน ก็ยังคงเป็นปัญหาในหลายประเทศ โดยเฉพาะในอินเดียและบังคลาเทศ รวมถึงในแอฟริกาหลายประเทศ