ข้อมูลของ Mossack Fonseca ที่ถูกเรียกว่า “ปานามา เปเปอร์ส" ซึ่งถูกแฮกแล้วค่อยทยอยส่งไปยังองกรณ์สื่อมวลชน ที่มีทั่งหลักฐานทางด้านธุรกรรมทางการเงิน เอกสารยืนยันการจัดตั้งบริษัทตัวแทน แสดงให้เห็นว่า Mossack Fonseca ได้ทำธุรกรรมทางการเงินกับ 33 บริษัทและบุคคลที่อยู่ในรายชื่อห้ามทำการค้าด้วย หรือกลุ่มที่ถูกนานาชาติคว้ำบาตรทางเศรษฐกิจอยู่
บริษัท Mossack Fonseca มีบริการจดทะเบียนบริษัทตัวแทน เพื่อซ่อนช่องทางการไหลของเม็ดเงินและตัวตนที่แท้จริงของบริษัทเหล่านี้ ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ในบางกรณีบุคคลหรือบริษัทที่ถูกนานาชาติคว้ำบาตร Mossack Fonseca ก็ทำธุรกรรมแทน
เอกสารธุรกรรมลับโยงไปถึงโครงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศเกาหลีเหนือ หรือแม้แต่คนสนิทของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อาซาด ของ ซีเรีย
ในกรณีของ Mossack Fonseca กับโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ คือบริษัทตัวแทน DCB Finance จดทะเบียบเมื่อปี 2006 เจ้าของ DCB finance คือ Kim Chol Sam และ Nigel Cowie ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเกาหลีเหนือและนายธนาคารอังกฤษ
กว่าทางบริษัท Mossack Fonseca จะตระหนักว่า DCB Finance ทำธุรกรรมที่เอื้อประโยทต่อเกาหลีเหนือก็คือในปี 2010 หลังเจ้าหน้าที่อังกฤษเตือน โครงการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นการละเมิดข้อตกลงของสหประชาชาติ และเพิ่งผ่านมาตรการคว้ำบาตรที่เล็งจะปิดช่องทางเม็ดเงินทั้งหมดที่จะเข้าสู่เกาหลีเหนือ
อีกหนึ่งกรณีที่ Mossack Fonseca มีการเอื้อประโยทแก่บุคคลที่ถูกสหรัฐขึ้นบัญชีดำ คือ นาย Rami Makhlouf ญาติของนาย บาชาร์ อัล อาซาด ประธานาธิบดีของประเทศซีเรีย
ระหว่างปี 2008 ถึง ปี 2014 Mossack Fonseca ยังคงทำธุรกรรมทางการเงินให้กับบริษัทตัวแทนของนาย Rami นอกจากนี้รายงานข่าวยังระบุด้วยว่า ธนาคาร HSBC สาขาสวิตเซอร์แลนด์ได้ร่วมดำเนินธุรกรรมทางเงินให้กับบริษัทตัวแทนของ นาย Rami ในช่วงเวลานั้นด้วย
ขณะที่ปฏิกิริยาทั่วโลกต่อการแฉครั้งประวัติกาลในครั้งนี้ ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนที่มีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือผู้ที่ร่ำรวยอยู่ในรายชื่อของ Mossack Fonseca
โดย กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ได้ออกมากล่าวว่าข้อมูลที่ถูกเผยใน Panama Papers บอกไม่ได้เป็นข้อมูลใหม่ โดยระบุว่าสื่อตะวันตกพยายามให้ข่าวว่าร้ายผู้นำรัสเซีย เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือก่อนการเลือกตั้ง
แม้นาย วลาดิเมียร ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย จะไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ Panama Papers แต่ก็มีคนสนิทของนาย ปูติน อยู่ในบัญชีรายชื่อเจ้าของบริษัทตัวแทนของ Mossack Fonseca ด้วย
ส่วนปฏิกิริยาของทางการจีนต่อการแฉข้อมูลลับครั้งนี้ คือการเซนเซอร์การเข้าถึงข้อมูลนี้ ซึ่งมีรายชื่อคนสนิทของผู้นำ สี จิ้น ผิง และนักการเมืองและอดีตนักการเมืองระดับสูงรวมอยู่ด้วย
หากผู้ใช้อินเตอรเน็ตในจีน ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Panama Papers ก็จะพบเพียงแต่ข่าวที่เกี่ยวข้องที่ไม่ได้เอ่ยชื่อเจ้าหน้าที่จีน เช่นนักฟุตบอล อาร์เจนติน่า ลีโอเนล เมซซี่ ที่มีรายชื่อว่าไปเปิดบริษัทกับ Mossack Fonseca
นอกจากนี้ยังมีท่าทีจากผู้นำ ไอซแลนด์ ที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์ต่อหลังถูกถามว่าได้ไปเปิดบริษัทตามที่ข้อมูลระบุหรือไม่ และผู้นำ อาร์เจนตีน่า ที่ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง เห็นได้ชัดว่าผู้นำประเทศแทบทุกคน ที่ถูกเอ่ยชื่อมีปฏิกิริยาคล้ายๆ กัน ว่าสื่อมวลชนไม่ควรให้ความสำคัญกับข่าวนี้ เนื่องจากไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้
แต่นาย Ramon Fonseca หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท Mossack Fonseca ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญ ว่าทางบริษัทจะไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ กับเหตุการณ์นี้ เนื่องจากว่าเป็นการถูกโจรกรรมข้อมูล แต่ใจความสำคัญที่นาย Ramon กล่าวระหว่างสัมภาษณ์ว่า เอกสารที่ถูกแฮ๊กในครั้งนี้เป็นเอกสารจริง “they are genuine”
สำหรับท่าที่ของประเทศไทย ต่อการเผยแพร่เอกสารลับในครั้งนี้ ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวน แม้ว่าข้อมูลที่ได้มาจะไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นทางการ แต่ก็ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากพบว่ามีคนไทยเกี่ยวข้องด้วยจริงก็จะต้องดำเนินคดีอย่างเต็มที่
ขณะที่ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มองว่าศูนย์ต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ ศอตช. ยังไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพราะหากเป็นเรื่องของการหลบเลี่ยงภาษีและการฟอกเงิน โดยทางคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. สามารถตรวจสอบได้ตามพันธะกรณีที่ทำไว้กับต่างประเทศได้ทันที
ด้าน พันตำรวจเอก สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทน เลขาธิการ ปปง. ระบุว่า ทาง ปปง. ได้บูรณาการข้อมูลกับเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินข้ามชาติทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ หากประเทศใดพบข้อมูลการฟอกเงินของกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายความผิด ก็จะส่งข้อมูลและรายงานให้ทางการของประเทศนั้นรับทราบ ซึ่งสำนักงาน ปปง. เตรียมแถลงข่าวความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง ในวันที่ 8 เมษายนนี้