วันนี้ ( 6 เม.ย. 59 ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรีซิกมุนดูร์ เดวิด กุนน์ล็อกสัน ของไอซ์แลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังทนแรงกดดันจากการประท้วงและล่ารายชื่อของประชาชนในประเทศไม่ไหว โดยข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารลับ ปานามา เปเปอร์ส ระบุว่า ภรรยาของเขาไปมีชื่อถือครองทรัพย์สินอยู่ในต่างประเทศ และทรัพย์สินดังกล่าวก็ยังเป็นทรัพย์สินจากธนาคารต่างๆ ในไอซ์แลนด์ที่ล้มไปแล้ว ซึ่งอาจหมายความว่า นายกุนน์ล็อกสันได้ปกปิดทรัพย์สินในส่วนนี้ ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล หลังจากได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภา ซึ่งตามกฎจะต้องยื่นแสดงทรัพย์สิน
ทั้งนี้ นายกุนน์ล็อกสันถือว่าเป็นผู้นำโลกคนแรก ในจำนวนผู้นำโลก 12 คน ที่ต้องลงจากตำแหน่ง หลังมีชื่อพัวพันในเอกสารฟอกเงินของบริษัท มอสแซค ฟอนเซกา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวจะยืนกรานว่าไม่มีแผนที่จะลาออก และได้พยายามหาทางออกด้วยการยุบสภา ขณะที่บรรดาผู้นำคนอื่นๆที่มีชื่ออยู่ในเอกสารลับฉบับดังกล่าว ก็ยังทยอยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้กันอย่างต่อเนื่อง
ทางฝั่งสหรัฐเอง ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐ ก็ออกมาแสดงความเห็นต่อกรณีดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ทั่วโลกปฏิรูประบบภาษี เพื่อปิดช่องโหว่ที่จะนำไปสู่การฟอกเงินและเลี่ยงภาษีได้ ขณะที่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่า การเปิดโปงเอกสารลับครั้งนี้ อาจมีสื่ออเมริกันอยู่เบื้องหลัง และน่าจะเป็นการมุ่งเน้นทำลายชื่อเสียงของคู่อริสหรัฐ เนื่องจากไม่ค่อยมีรายชื่อของคนอเมริกันอยู่ในเอกสารลับฉบับนี้
ด้านนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชาริฟ ของปากีสถาน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำโลก ที่มีชื่ออยู่ใน ปานามา เปเปอร์ส ก็ประกาศจะสอบสวนกรณีนี้อย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าครอบครัวของเขามีส่วนในกระบวนการฟอกเงินระดับโลกนี้หรือไม่