เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีการจับสลากแบ่งสาย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ผลปรากฎว่า
กลุ่มเอ ประกอบด้วย อิหร่าน, เกาหลีใต้, อุซเบกิสถาน, จีน, กาตาร์ และ ซีเรีย
กลุ่มบี ประกอบด้วย ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, ซาอุดิอาระเบีย, ยูเออี, อิรัก และไทย
ในรอบนี้ จะแข่งกันแบบเหย้า-เยือน ทั้งหมด 10 นัด คิวแข่งขันของทีมชาติไทย มีดังนี้
เลก 1
นัดที่ 1 1 ก.ย. 59 อุซเบกิสถาน VS ไทย
นัดที่ 2 6 ก.ย. 59 ไทย VS ญี่ปุ่น
นัดที่ 3 6 ต.ค. 59 ยูเออี VS ไทย
นัดที่ 4 11 ต.ค. 59 กาตาร์ VS ไทย
นัดที่ 5 15 พ.ย. 59 ไทย VS ออสเตรเลีย
เลก 2
นัดที่ 6 23 มี.ค. 60 ไทย VS ซาอุดิอาระเบีย
นัดที่ 7 28 มี.ค. 60 ญี่ปุ่น VS ไทย
นัดที่ 8 13 มิ.ย. 60 ไทย VS ยูเออี
นัดที่ 9 31 ส.ค. 60 ไทย VS อิรัก
นัดที่ 10 5 ก.ย. 60 ออสเตรเลีย VS ไทย
ทั้งนี้ อันดับ 1 และ 2 ของกลุ่มเอ และ กลุ่มบี จะผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้ายที่รัสเซียทันที ส่วนอันดับ 3 จะต้องมาแข่งกันแบบเหย้า-เยือน เพื่อหาผู้ชนะเข้าไปเพลย์ออฟ กับทีมอันดับ 4 ของโซนคอนคาเคฟ ทีมชนะจะได้ไปแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายต่อไป
หลังทราบผลการจับสลาก “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยอมรับว่าช้างศึกต้องเจอกับงานหนัก แต่ไม่ได้โฟกัสทีมไหนเป็นพิเศษ เพราะให้ความสำคัญกับทุกแมตช์ และเชื่อว่าเสียงเชียร์จากแฟนบอล โดยเฉพาะเกมในบ้าน จะช่วยให้ทีมชาติไทย ผ่านไปได้ เบื้องต้น ได้สั่งให้ทีมงานศึกษาข้อมูลของคู่แข่งทั้ง 5 ทีมแล้ว นอกจากนี้ ยังเตรียมบินไปอังกฤษ เพื่อหารือกับ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ เรื่องทีมงานที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาทีมชาติไทย