คาดพังงาเงินสะพัด “สงกรานต์” 230 ล้านบาท


โดย PPTV Online

เผยแพร่




หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เผยนักท่องเที่ยวเดินทางเที่ยวพังงาสงกรานต์นี้จำนวนมาก ห้องพักเต็มกว่า 80% โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน และสแกนดิเนเวีย คาดเงินสะพัด 230 ล้านบาท

วันนี้ (14 เม.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดพังงา นางรวีวรรณ แสงจันทร์ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายทะเลหาดเขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า มีนักท่องเที่ยว และบริษัทนำเที่ยว สั่งจองห้องพักไว้แล้วมากกว่าร้อยละ 80 ของห้องพักที่มีอยู่ทั้งหมดกว่า 10,000 ห้อง ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน และสแกนดิเนเวีย ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยก็มีอัตราเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ไม่มากนัก

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษก็คือ อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา หมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ และเกาะตาชัย ขณะที่มีการค้นพบแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ๆ อีกหลายจุด ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทย และต่างประเทศไม่น้อย เช่น ทะเลแหวกที่เกาะพลอง อำเภอเกาะยาว และที่บ้านทุ่งนางดำ อำเภอคุระบุรี รวมถึงจุดชมวิวเหม็ดนางชี ซึ่งในแต่ละวัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไม่น้อยกว่า 230 ล้านบาท

 ขณะที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่ ม.5 หาดหน้าบ่อ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวนกว่า 200 คน ช่วยกันนำใบของต้นมะพร้าวมาผูกมัดติดกัน พร้อมผูกโยงไปยังแทงปูน และทุ่นถังพลาสติก ผลิตเป็น ซั้งกอ หรือบ้านปลา จำนวน 500 อัน ก่อนจะนำออกไปวางในทะเลห่างจากชายฝั่งประมาณ 3-5 กิโลเมตร บนเนื้อที่ 500 ไร่ ของอ่าวดอนสัก เพื่อให้ซั้งกอ ที่วางไว้พัฒนาเป็นที่หลบของสัตว์น้ำวัยอ่อนจากการถูกปลาใหญ่กินเป็นอาหารก่อนจะเจริญเติบโต เพื่อเป็นการเพิ่มอัตราการรอดตายของปลาเล็ก เพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำให้กับท้องทะเล และกันพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำของอ่าวดอนสัก

นายอิศรา ฤกษ์รักษ์ กำนันตำบลดอนสัก เจ้าของพื้นที่ เล่าว่าพื้นที่แห่งนี้ เดิมมีสัตว์น้ำชุกชุม แต่เมื่อมีการจับสัตว์น้ำมากขึ้น ประชากรสัตว์น้ำก็เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง การวางซั้งกอ จึงเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่จะเพิ่มประมาณสัตว์น้ำในพื้นที่ได้ โดยโครงการนี้ได้ดำเนินการมาเป็นจำนวน 3 ครั้ง จากการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 และภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อเอาไว้ทั้งอุปโภคบริโภค และหาเลี้ยงชีพ

 

 

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ