ประเทศไทย สปป.ลาว และกัมพูชา ต่างมีรายงานการทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุด ซึ่งในบางพื้นที่นั้นสูงถึง 44.6 องศาเซลเซียส โดยที่กัมพูชา ผู้ปกครองเลือกที่จะไม่ให้บุตรหลานไปเดินทางไปโรงเรียนเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชาก็พยายามแก้ปัญหาโดยลดชั่วโมงเรียนในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดของวัน
ขณะเดียวกัน ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ โดยรัฐบาลเวียดนามระบุว่า แม่น้ำโขงอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1926 และทำให้น้ำทะเลรุกล้ำเข้ามาลึกกว่าที่เคย และสร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง
แม้แต่สิงคโปร์เองก็หนีไม่พ้นผลกระทบ เนื่องจากเพื่อนบ้าน มาเลเซีย ซึ่งส่งออกผักให้กับสิงคโปร์กว่าร้อย 43 ได้ส่งออกผลผลิตลดลง เนื่องจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ราคาผักในสิงคโปร์ได้ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 40% ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนเมษายนที่ผ่านมาของสิงคโปร์เองก็ร้อนทำลายสถิติเช่นกัน
ย้อนกลับมาที่ประเทศมาเลเซีย ต้องมีการจำกัดการปล่อยน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนหลักหลายแห่ง เนื่องจากระดับน้ำต่ำจนถึงขั้นวิกฤต ขณะที่โรงเรียนกว่า 200 แห่ง เองต้องงดการเรียนการสอน ในเดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ สภาพอากาศที่ร้อนจัด ยังทำให้สัตว์ล้มตายจำนวนมาก โดยมีการพบซากช้าง 2 ตัว ล้มตายที่เวียดนาม ขณะที่ในกัมพูชา พบค้างคาวจำนวนมาก รวมถึงลิงดำ ตายเนื่องจากขาดน้ำ อากาศที่แล้งจัดยังทำให้เกิดไฟป่าบนเกาะบอร์เนียว ซึ่งทำให้ลิงอุรังอุตังตายอย่างน้อย 9 ตัว อีกด้วย