โดย คสช. รับปากจะเป็นตัวกลางเจรจากับสถาบันการเงิน ที่เป็นเจ้าหนี้ทำบันทึกข้อตกลง หรือ เอ็มโอยูใหม่ ร่วมกับลูกหนี้กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
เครือข่ายหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า เรื่องเร่งด่วนที่เกษตรกรต้องการ คือ ขอให้สถาบันการเงินชะลอการนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด เนื่องจากขณะนี้เจ้าหนี้ฟ้องร้องยึด และขายทรัพย์ของเกษตรกรจำนวนมาก เพียงเดือนเดียวมีคดีขายทอดตลาดในภาคกลางและภาคเหนือ พุ่งสูงถึง 420 คดี ที่ดินรวมกว่า 4 พันไร่
สาเหตุ ที่ชาวนาต้องทำเอ็มโอยูใหม่ เนื่องจากเอ็มโอยูที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 2549 ไม่ได้ถูกนำมาปฎิบัติ เพราะสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและช่วยเหลือเกษตรกร หรือ กฟก.ทำข้อตกลงใหม่กับเจ้าหนี้ โดยที่ลูกหนี้ไม่มีส่วนรับรู้ และเอื้อประโยชน์กับเจ้าหนี้ เป็นเหตุให้เกิดการฟ้อง ยึดทรัพย์ และขายทอดตลาด
ปัจจุบันมีเกษตรกรเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน ทั้งในระบบและนอกระบบกว่า 5 ล้านครัวเรือน แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 7 แสนล้านบาท และหนี้นอกระบบ 1 แสนล้านบาท
เฉพาะหนี้เกษตรกรในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ มี 285,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 75,000 ล้านบาท