หน่วยงานด้านภูมิศาสตร์ขององค์การนาซ่า เปิดเผยผลการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งทางบกและในทะเลพบว่า เดือนเมษายนที่เพิ่งผ่านไป อุณหภูมิของโลก เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1.1 องศาเซลเซียส ซึ่งการเพิ่มของอุณหภูมิ ได้ดำเนินติดต่อกันถึง 7 ปีแล้ว และเมื่อเปรียบเทียบกับอุณหภูมิในช่วงระหว่างปี 1951 ถึง 1980 พบว่า อุณหภูมิของโลก เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อย 1 องศาเซลเซียส
และด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้นักวิทยาศาสตร์เกรงว่า โลกของเรากำลังใกล้วิกฤติการณ์เข้าไปทุกที และถ้าประเทศต่างๆ ที่เคยตกลงกันที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเมื่อปลายปีที่แล้ว ไม่ยอมกระทำตามพันธสัญญา ว่าจะพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อคงสภาพของอากาศ ไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นเกิน 2 องศา ต่อปี หายนะก็จะมาเยือนโลกในไม่ช้า
สำหรับสถิติโลกร้อนปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปรากฏการณ์ “เอล นิโย่” ที่ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้น จังหวังว่า ปรากฏการณ์ “ลานิย่า” ที่กำลังจะตามมา จะช่วยให้อุณหภูมิของโลกเย็นลงบ้าง
หลายคนอาจสงสัยว่า อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส จะส่งผลกระทบกับโลกได้ขนาดไหน นักวิทยาศษสตร์ยืนยันว่า มีผลกระทบอย่างรุนแรงแน่นอน เช่นไฟป่าในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย จะกินขอบเขตพื้นที่มากขึ้น พายุเฮอร์ริเคน จะทวีความรุนแรงขึ้น สัตว์บางชนิดอาจเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ น้ำแข็งที่ขั้วโลกเหนือจะละลายในอัตราที่รวดเร็ว และที่สำคัญ ผลผลิตทางการเกษตร จะลดลงเข้าขั้นวิกฤติ