เสียงสะท้อนถึงความอัดอั้นตันใจของชาวเทศบาลนครนครศรีธรรมราช หลังต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนน้ำประปามานานร่วมเดือน แม้สาเหตุส่วนหนึ่งจะเกิดจากภาวะภัยแล้ง แต่หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานของทางเทศบาล จึงพยายามเรียกร้องให้นายกเทศมนตรีฯรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง
"กฤษณา ชัยวารี" หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำประปา บอกว่า ไม่เฉพาะน้ำกิน น้ำใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น ปริมาณน้ำที่มีน้อย ยังส่งผลกับปลานิลนับร้อยตัวที่เลี้ยงไว้ จนต้องตัดสินใจนำไปปล่อย และยังมีต้นไม้อีกจำนวนมากที่ทยอยยืนต้นตาย
ปกติ สำนักการประปาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ผลิตน้ำประปาวันละ 52,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในเขตเทศบาล และ 5 ตำบลใกล้เคียง โดยคิดค่าน้ำในราคาหน่วยละ 3.50 บาท แต่ภัยแล้งปีนี้ ทางเทศบาลอ้างว่าแหล่งน้ำดิบมีไม่พอสำหรับผลิตประปา และต้องลดการผลิตลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง
ประกอบต้นทุนการผลิตประปาสูงขึ้น ทำให้ทางเทศบาลประสบภาวะขาดทุน การซื้อน้ำจากเอกชนจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้มีน้ำราคาถูกไว้ใช้ในระยะยาว
โครงการจัดซื้อน้ำจากเอกชนของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีสัญญาผูกพันกับเอกชน ระยะเวลา 30 ปี โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนโครงการและขายน้ำให้เทศบาล ในราคาเริ่มต้นที่หน่วยละ 5 บาท และปรับเพิ่มขึ้นในลักษณะขั้นบันได ไปจนถึง 11 บาทในปีสุดท้าย
แม้โครงการนี้จะการันตีได้ในระดับหนึ่งว่าประชาชนจะมีน้ำใช้ตลอดภัยแล้ง แต่หลายคนกังวลว่าการจัดซื้อน้ำจากเอกชน อาจสร้างภาระให้กับประชาชน ที่ต้องแบกรับค่าน้ำที่แพงขึ้น.
นฤดล ยุกิจภูติ ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน