วันนี้ (21 พ.ค. 59) กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า อิทธิพลจากพายุไซโคลน “โรอานู” (ROANU) ที่ก่อตัวบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางทางด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือ ด้วยความเร็ว ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศบังกลาเทศ และเมียนมา ในช่วงวันนี้จนถึงวันพรุ่งนี้ ส่งผลให้มีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน
ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ตาก เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ดังนั้น ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตก หนักในระยะนี้ไว้ด้วย
ด้านเกษตรกรที่บ้านดอนบม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้เริ่มไถพรวนดินเตรียมที่นารอรับฤดูฝนเหมือนทุกปี แต่เปลี่ยนวิธีทำนาจากเดิมที่มีน้ำอยู่ในนาเป็นการหว่านเมล็ดพันธ์ข้าวในที่นา จากนั้นจะใช้รถไถนาไถกลบเมล็ดพันธุ์ข้าวอีกที ซึ่งชาวนาเรียกวิธีนี้ว่า การหว่านแห้ง ไม่เป็นที่นิยมกัน เพราะผลผลิตได้น้อย เสี่ยงต่อการที่เมล็ดพันธุ์จะถูกนกในนามากิน แต่สาเหตุที่ทำให้ต้องทำนาด้วยการหว่านแห้งนั้น เนื่องจากเป็นการลดต้นทุน หลังจากที่ผ่านมาต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งอย่างหนักไม่คุ้มการลงทุน โดยหวังว่าอิทธิพลจากพายุไซโคลน “โรอานู” (ROANU) ที่กำลังจะมาถึงจะช่วยให้พ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้
ขณะที่เกษตรกรที่จังหวัดพะเยากลับได้รับผลกระทบจากพายุฝนที่พัดกระหน่ำ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้สวนลิ้นจี้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนัก เมื่อมาเจอพายุฝน จึงทำให้ลิ้นจี่ที่กำลังรอการเก็บเกี่ยวเกิดการไหม้และแตกเป็นจำนวนมาก โดยปีที่ผ่านมา จังหวัดพะเยามีลิ้นจี่ออกสู่ตลาดกว่า 8,000 ตัน แต่ในปีนี้คาดว่าจะเหลือเพียง 2,300 ตัน เท่านั้น เนื่องจากลิ้นจี่แตก เสียหาย และไม่ได้มาตรฐาน