เป็นที่รู้กันดีในวงการอุดมศึกษาว่า “หลักสูตรบริหารการศึกษา” คือ หลักสูตรที่ได้รับความนิยมอย่างมากในขณะนี้ มีเปิดการเรียนการสอนในทุกมหาวิทยาลัย ทุกระดับ ตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก
ทีมข่าว PPTV พบว่า เนื้อหาที่เรียนกันในหลักสูตรนี้ คือ เน้นไปที่การบริหาร แต่ตีกรอบให้แคบลงมาที่การบริหารในวงการศึกษา รวมถึง ครู สถาบัน เนื้อหา และหลักธรรมาภิบาล ซึ่งแหล่งข่าวในวงการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า เป็นหลักสูตรที่ง่าย จึงได้รับความนิยม เพราะนอกจาก “ง่าย” ยังเป็นหลักสูตร ที่เมื่อเรียนจบแล้ว จะสามารถนำไปปรับวุฒิการศึกษากับกระทรวงศึกษาธิการได้ ตามหลักเกณฑ์ว่า การปรับวุฒิ สำหรับครู อาจารย์ ต้องจบมาตรงสาย ดังนั้น เมื่อจบ “บริหารการศึกษา” จึงเป็นหลักสูตร ที่ “ตรง” ทุกสาขา ไม่ว่าอาจารย์คนนั้นจะสอนวิชาอะไรก็ตาม ทั้งนี้กลุ่มครู อาจารย์ จำนวนหนึ่ง จึงเลือกมาเรียนหลักสูตรนี้ และเป็นช่องทางให้ “มหาวิทยาลัย” เปิดสอนเป็นหลักสูตรพิเศษ ที่มีราคาเรียนไม่น้อย
จากตัวอย่างต่อไปนี้ จะช่วยอธิบายว่า ทำไมหลักสูตรบริหารการศึกษา จึงเป็นหลักสูตรยอดนิยม ที่มีแรงดึงดูด ทั้งผู้เรียน และผู้สอน
สำหรับในมุมผู้เรียน จะเห็นว่า เมื่อจบหลักสูตรนี้ จะนำไปใช้ปรับวุฒิ ปรับเงินเดือนได้ และเมื่อจบ ปริญญาเอก ก็จะไปสอนระดับปริญญาโทได้
ในตาราง คือ ตัวอย่างเปรียบเทียบ ว่า หากอาจารย์คนหนึ่ง จบปริญญาตรี ในสาขาวิทยาศาสตร์ จะศึกษาต่อเพื่อปรับวุฒิตามกติกาของกระทรวงศึกษาธิการ คือ ต้องจบตรงสาย ก็จะต้องเรียนต่อปริญญาโท และปริญญาเอกในสาขาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง แต่จะ “ยากมาก”
ถัดมา ถ้าเรียน ปริญญาโท หรือ ปริญญาเอก ในสาขาอื่น ใช้ปรับวุฒิไม่ได้
บรรทัดต่อมา น่าสนใจ คือ ไม่ว่าจะเรียน ปริญญาตรีสาขาอะไร แต่ถ้าเรียน ปริญญาโท และปริญญาเอก ในสาขาบริหารการศึกษา จะใช้ปรับวุฒิได้ทั้งหมด โดยที่การเรียนง่ายกว่ามาก
ดังนั้นสาขานี้ จึงมีคนมาเรียนเยอะ โดยเฉพาะกลุ่มครู อาจารย์ เป็นที่มาของการเปิดหลักสูตรพิเศษ ซึ่งมีทั้งค่าสอน ค่ากรรมการหลักสูตรอีกมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจาก ด็อกเตอร์ จำนวนมาก ที่มาจากหลักสูตรบริหารการศึกษาเช่นนี้ อีกส่วนหนึ่ง มาจาก “มหาวิทยาลัยห้องแถว” ในต่างประเทศ นั่นคือ ด็อกเตอร์ ที่จบในแบบที่ยังสงสัยว่ามีการเรียนการสอนจริงหรือไม่ และเป็นที่มาของการร้องเรียนตรวจสอบวุฒิปริญญาเอกกันในหลักสูตรพิเศษหลายมหาวิทยาลัยจนนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลบอกเพียงว่า ให้มหาวิทยาลัยไปตรวจสอบกันเอง