ย้อนกลับไปดู เงื่อนไขที่ฝ่ายวัดพระธรรมกายเสนอมาอีกที เงื่อนไขหลักๆ มีเพียง 2 ข้อ เท่านั้น แต่เป็น 2 ข้อ ที่ไม่ง่ายหากดีเอสไอจะยอมรับ
ข้อที่ 1 คือ เมื่อเข้ามอบตัว ต้องได้รับการประกันตัวทันที ข้อนี้ ดีเอสไอ เคยให้โอกาสมาแล้วทั้งก่อนและหลังออกหมายจับ แต่พระธัมมชโย ไม่มามอบตัว โดนอ้างว่า อาพาธหนัก จนเดินทางออกจากวัดไม่ได้ ที่สำคัญยังมีประเด็นข้อกฎหมายผูกไว้ว่า หากมอบตัวในเวลานี้ พระธัมมชโย อาจหมดโอกาสประกันตัว หมายความว่า ต้องขาดจากการเป็นพระ และอาจถูกคุมขังด้วย “ประกันตัว กลับวัด สู้คดี” จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของวัดพระธรรมกาย
ข้อที่ 2 เกี่ยวข้องกับ “อาการอาพาธ” ซึ่ง วัดพระธรรมกาย ยืนยันมาตลอดว่า พระธัมมชโย อาพาธหนัก เดินไม่ได้ เคลื่อนย้ายไม่ได้ จึงไปมอบตัวไม่ได้ และยื่นเงื่อนไข หากมอบตัว ซึ่งจะต้องถูกตรวจร่างกาย จะต้องเป็นแพทย์จากโรงพาบาลพระมงกุฎเกล้าเท่านั้น โดยก่อนหน้านี้ ปฏิเสธการตรวจโดยแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ ด้วยการอ้างว่า มีอคติกับวัดพระธรรมกาย และในเงื่อนไขนี้ มีแพทยสภา รอทำหน้าที่อยู่แล้ว
ในข้อมูลที่เป็นทางการ ทั้งฝ่าย ดีเอสไอ ฝ่ายวัดพระธรรมกาย และฝ่ายมหาเถระสมาคม ต่างยืนยันตรงกันว่า 5 % ที่เหลือนี้ เป็นความลับสุดยอด เปิดเผยไม่ได้ ด้วยเหตุผล เพื่อรักษาบรรยากาศในการเจรจาต่อไป
เงื่อนไขที่ 1 เรื่องอนุญาตประกันตัว มีคำถามจากหลายฝ่ายออกมาเช่นกัน ระหว่างที่เกิดกระบวนการเจรจาอยู่นี้ ว่า ดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวน ยังมีอำนาจให้ประกันตัวพระธัมมชโยอยู่หรือไม่ หรือถ้ามี เหมาะสมหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เคยให้โอกาสพระธัมมชโยไปแล้ว
ถ้าติดที่ข้อนี้ อาจเป็นเพราะ เจ้าพนักงานดีเอสไอ หากรับเงื่อนไข ต้องดูข้อกฎหมายว่าถูกกล่าวหาว่า ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่
แต่ ถ้าพระธัมมชโย ออกมามอบตัวได้ คำถามถึงเรื่องอาการอาพาธ ก็จะตามมา เพราะก่อนหน้านี้ ทางทีมโฆษกวัด ยืนยันมาตลอดว่า พระธัมมชโย อาพาธหนัก เคลื่อนย้ายไม่ได้ และดีเอสไอ ถึงขนาดเคยนำแพทย์มารอรับการมอบตัว ก่อนจะถูกยกเลิกไป และเมื่อนัดหมายมอบตัวที่โรงพยาบาล ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากวัดพระธรรมกาย
เงื่อนไขนี้ ยังมีปัจจัยที่เพิ่งเกิดขึ้น คือ มติของแพทยสภา ซึ่งตกลงรับข้อเสนอของวัดพระธรรมกาย ที่จะส่งแพทย์เข้าไปตรวจอาการอาพาธ โดยเตรียมคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้แล้วอย่างน้อย 5 คน จากราชวิทยาลัยแห่งประเทศไทย รวมกับแพทย์จากแพทยสภาอีก 2 คน โดยนายกแพทยสภา ยืนยันว่า ยังต้องรอความยินยอมจากพระธัมมชโยก่อน แต่หากพระธัมชโย ให้ตรวจร่างกาย ก็จะใช้แพทย์ชุดที่เตรียมไว้เท่านั้น ไม่ใช้แพทย์ตามที่ร้องขอมา
ประเด็นนี้ จึงเป็นประเด็นใหญ่ ที่น่าจับตามมองมากที่สุด มากกว่า การใช้ประกันตัวพระธัมมชโย หรือไม่ คือ จะตกลงกันว่า เปิดเผยอาการอพาธของพระธัมมชโย ที่เป็นที่สงสัยอย่างมากของบุคคลภายนอกหรือไม่
5 % ที่เหลือ จึงมีน้ำหนักไม่น้อย ที่จะเป็นประเด็นนี้ เพราะหากการมอบตัวเกิดขึ้นจริง แต่ “อาการ อาพาธ” ยังเป็นที่สงสัย ไม่เพียงแต่วัด และ พระ ที่ยังคงถูกตั้งคำถาม แต่ พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ จะกลายเป็นผู้ที่รับภาระหนัก ในการตอบคำถามนี้ทันที