ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงในเช้าวันนี้ (6 ม.ค. 58) ตามราคาราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กและลอนดอนที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดสหรัฐหลุด 50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
ทั้งนี้ สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐ งวดส่งมอบเดือน ก.พ. ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 49.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 1,648.35 บาท) ซึ่งถือเป็นสถิติต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2552 ก่อนจะปรับตัวขึ้นมาเล็กน้อย ปิดที่ 50.05 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 1,651.32 บาท) ลดลงจากราคาเมื่อวันศุกร์ 2.65 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 87.45 บาท)
ส่วนสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอนปิดตลาดในวันเดียวกัน ปรับตัวลดลง 6% เหลือ 53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 1,752.63 บาท) ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นผลจากการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโร ซึ่งตกต่ำที่สุดในรอบ 9 ปี รวมถึงปัจจัยจากอุปทานที่ยังมากเกินไป
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนในกรีซ เนื่องจากการเลือกตั้งสมาชิกสภากรีซที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 ม.ค.นี้ ซึ่งคาดกันว่าจะได้รัฐบาลพรรคฝ่ายซ้ายที่มีนโยบายยกเลิกมาตรการรัดเข็มขัดและแก้ปัญหาหนี้ จะส่งผลให้กรีซเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้นักลงทุนไม่อยากลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและหันมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลซึ่งปลอดภัยกว่า ส่วนราคาทองคำขยับขึ้นกว่าร้อยละ 1 เมื่อวันจันทร์ มาอยู่ที่ออนซ์ละ 1,202.73 ดอลลาร์