กกร. เชื่อเศรษฐกิจปี58 โตถึง4 %

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 องค์กร หรือ กกร. คาดเศรษฐกิจไทยปี 2558 จะฟื้นตัวได้ อย่างช้าๆ แต่มั่นใจจะสามารถเห็นตัวเลขของ GDP อยู่ที่ร้อยละ 4 อย่างแน่นอน


นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร. วันนี้ คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2558 ว่า จากสถานการณ์ของเศรษฐกิจทั่วโลกในปัจจุบัน ที่ยังคงฟื้นตัวได้อย่างช้าๆ แทบทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประเทศในโซนยุโรป จีน ญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ อาจจะไม่มีอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดมากนัก โดยคาดว่า ปี 2558 นี้ GDP น่าจะอยู่ที่ร้อยละ 3.5 - 4


สำหรับภาคการลงทุนนั้น น่าจะมีการขยายตัวได้ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากมาตรการ ของภาครัฐที่จะเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนจากงบประมาณปีก่อนๆ รวมถึงเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมระยะเร่งด่วนปี 2558 ที่ตั้งงบประมาณไว้ 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้จะช่วยขับเคลื่อน และเชื่อมโยงให้ภาคเอกชนมีการฟื้นตัวได้ดีขึ้น จาการลงทุน และจะเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป


ส่วนแนวโน้มของการส่งออกที่เป็นสัดส่วนสำคัญของการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ทาง กกร. คาดว่า ปีนี้ภาคการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5- 4 ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกเมื่อเทียบกับปี 2557 ที่ภาคการส่งออกของไทยแทบจะตกต่ำที่สุดในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา


แต่ภาคการส่งออกจะเป็นไปตามเป้าหรือไม่นั้น ผู้ประกอบการคงจะต้องปรับตัวเพื่อหาตลาดใหม่ที่จะทำคู่ค้าทางเศรษฐกิจ อย่างตลาดอาเซียน โดยเฉพาะ ประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ที่ กกร. หวังไว้ว่า จะสามารถส่งออกให้กับประเทศกลุ่มนี้ได้ถึงร้อยละ 25


ส่วนผลกระทบจากการยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือ GSP ของสหภาพยุโรป ต่อสินค้าไทย นั้น นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทาง กกร.ได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับทางภาครัฐในการส่งเสริมให้แรงงานต่างด้าวและแรงงานประมงขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และจะช่วยให้ไทยพ้นจากเทียร์ 3 รวมถึง ทาง กกร.ได้แนะให้รัฐบาลควรเร่งเจรจาเรื่อง FTA ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า เพราะถ้าล่าช้ามากเท่าไร จะส่งผลต่อส่วนต่างของภาษีที่ทำให้ไทยเสียดุลทางการค้ามากขึ้นเท่านั้น


ด้าน ร.อ.นายแพทย์ ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลกระทบของการยกเลิก GSP ว่า ภาคเอกชนของไทยทราบในเรื่องนี้กันอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบ รวมถึงในส่วนของการเจรจาระดับทวิภาคี และการเจรจาทางการค้าก่อนหน้านี้ ก็ไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด และยืนยันว่า EU ยังจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าจากไทยอีกหลายรายการ มีเพียงสินค้าอย่าง กุ้ง ปลาหมึก และรถจักรยานยนต์ เท่านั้น ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในภาพรวม เห็นว่า ไม่น่าจะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจแต่อย่างใด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ