เหตุกราดยิง “พัลส์ ไนท์คลับ” ความเกลียดชังเพศที่สาม ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพศหลากหลายในวัยรุ่น ชี้สาเหตุการเกลียดชังเพศที่สาม เกิดจากทัศนคติที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องเพศอย่างลึกซึ้ง

แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 4 วัน สำหรับเหตุกราดยิง “พัลส์ ไนท์คลับ” สถานบันเทิงยอดนิยมของชาวสีรุ้ง ในเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา โศกนาฏกรรมครั้งรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 50 ราย บาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คน ยังคงสะเทือนขวัญและนำมาซึ่งความโศกเศร้าปกคลุมไปทั่วโลก..

ล่าสุดแม้ความคืบหน้าทางด้านคดี ที่หลายฝ่ายพยายามสอบสวนและวิเคราะห์ถึงสาเหตุในการก่อเหตุครั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าเกิดจากอะไรกันแน่ แต่ด้วยความจำเฉพาะของสถานที่ก่อเหตุ ซึ่งเป็นสถานบันเทิงของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และหลักฐานหลายชิ้นที่ชี้ว่าผู้ก่อเหตุอาจมีทัศนคิตเชิงลบกับเพศที่สาม ทำให้หลายคนเชื่อว่ามูลเหตุสำคัญอาจเกิดจากความเกลียดชัง !

เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังอาจสะท้อนความเป็นจริงของสังคม ที่ในปัจจุบันแม้ว่าหลายคนจะเปิดรับเพศที่สามมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีผู้ที่ยังไม่เปิดรับหรือมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอยู่ไม่น้อย

พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น และแพทย์ประจำคลินิกเพศหลากหลายในวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า ความรู้สึกรังเกียจหรือไม่ชอบคนรักร่วมเพศ หรือคนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้น เกิดจากทัศนคติที่ได้รับการปลูกฝังจนไม่ได้เข้าใจเรื่องเพศอย่างลึกซึ้ง ว่ามนุษย์เรามีความหลากหลายทางเพศ เมื่อคนที่ได้รับการปลูกฝังทัศนคติแบบนี้ไปพบเจอ ผู้ที่มีอะไรไม่เหมือนตัวเองหรือผิดไปจากจารีตที่ยึดถือจะมีความรู้สึกเกลียดชัง

ตรงนี้จะต้องมาปรับทัศนคติและความเข้าใจกันใหม่ ซึ่งสามารถทำได้โดยชี้แจงผ่านหลักฐานที่เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะทุกวันนี้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้แล้วว่า ความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นหรือไม่เป็น ไม่ควรตั้งข้อรังเกียจ ทั้งนี้ การให้ความรู้ที่ถูกต้องจะสามารถช่วยเปิดใจ และปรับเปลี่ยนทัศนคติได้แต่ต้องอาศัยเวลา

“หากความไม่ชื่นชอบกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เป็นแค่ความรู้สึกไม่ชอบไม่อยากให้คนในครอบครัวต้องเป็น อาการเหล่านี้คืออารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ การให้ความรู้ที่ถูกต้องเพื่อเปิดใจและปรับทัศนคติ จะสามารถช่วยแก้ไขได้ แต่หากรู้สึกไม่ชอบแล้วยังหมกมุ่นมีความรู้สึกอยากทำลาย อาจบ่งชี้ว่ากระบวนความคิดน่าจะผิดปกติ ต้องมาหาสาเหตุเชิงลึกว่าเกิดจากอะไรถึงมีความคิดเช่นนั้น”

ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ภาพรวมในประเทศไทยนั้น พญ.จิราภรณ์  บอกว่า จากการพูดคุยกับครอบครัวต่างๆ พบว่าเด็กยุคใหม่เปิดใจ และมองความหลากหลายทางเพศเป็นเรื่องปกติ ส่วนผู้ใหญ่เองก็มีการเปิดใจยอมรับและมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ในชีวิตจึงมีมุมมองที่กว้างมากขึ้น

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ