พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการจัดตั้งศูนย์ปราบโกงลงเสียงประชามติ ของกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ว่า ไม่สามารถตั้งได้ทุกแห่งทั่วประเทศ แต่การเคลื่อนไหวเพื่อการรณรงค์ในสื่อสังคมออนไลน์ ที่กลุ่ม นปช.ระบุว่าจะเดินหน้าต่อไปนั้น สามารถทำได้หากประชาชนยอมรับ แต่ต้องไม่บิดเบือนจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมเดินหน้าลงเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม ตามโรดแม๊ปของรัฐบาลได้แน่นอน หากไม่เกิดความวุ่นวาย
สำหรับประเด็นการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิด GT 200 หลังจากที่ศาลอังกฤษ ตัดสินยึดทรัพย์ผู้ผลิต หลังตรวจสอบพบว่าใช้งานไม่ได้ตามที่กล่าวอ้าง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงระบุว่า มติ ครม.ได้ยกเลิกใช้เครื่อง GT200 แล้ว หลังพบใช้งานไม่มีประสิทธิภาพ ขณะที่การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีคณะกรรมการจัดซื้อและผู้ตรวจรับ แต่หากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง.จะเข้ามาตรวจสอบก็สามารถทำได้ หากจะมองว่าไม่โปร่งใส ก็ต้องตรวจสอบเป็นรายคน
ส่วนประเด็นเรื่องเอกสารลับของปลอมที่สั่งจับตายกลุ่มฮาร์ดคอร์นั้น พล.อ.ประวิตร ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ แต่พร้อมจะตรวจสอบหากมีรายงาน แต่ยืนยันว่ารัฐบาลดำเนินการตามกฏหมายทุกประการ
ขณะที่กระแสการวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่ พลเอกประวิตร ได้ออกมาให้ข่าวจับตานักศึกษามุสลิมที่เดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศว่า อาจมีความคิดแบ่งแยกดินแดน พลเอกประวิตร ระบุว่าไม่ได้จะสื่อให้เข้าใจเช่นนี้ แต่เป็นห่วงเรื่องอาชีพที่อาจถูกจำกัด เพราะส่วนใหญ่นักศึกษาที่ไปเรียนในต่างประเทศ จะเรียนเฉพาะด้านศาสนา ซึ่งอาจมีวุฒิไม่ตรงกับสาขาอาชีพในไทย จึงอยากให้เลือกเรียนในสาขาที่หลากหลาย แต่ยอมรับว่านักศึกษาที่กลับมาจากเรียนในต่างประเทศ บางส่วนก็มีความคิดแบ่งแยกดินแดนตามข้อมูลที่ตรวจสอบได้