หลังประชุมร่วมกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ระหว่าง คณะทำงานของดีเอสไอ และกรรมการบริหารลูกหนี้และผู้ทำแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถึงขั้นตอนการพิจารณาคดี และหลักฐานใหม่ที่ทางสหกรณ์ฯนำมามอบให้วันนี้
พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ เปิดเผยว่า หลักฐานใหม่ที่สหกรณ์ฯนำมามอบให้ คือเช็คเงินสด 7 ฉบับ มูลค่า 450 ล้านบาท จากการตรวจสอบ พบว่า เช็คทั้ง 7 ฉบับ สั่งจ่ายให้เครือข่ายวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย โดยดีเอสไอจะตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติมก่อนพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม
หากรวมกับยอดทั้งหมดที่วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยรับจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจะเพิ่มเป็น 1,458 ล้านบาท มีเช็ค 27 ฉบับ
ขณะที่ในช่วงบ่าย ดีเอสไอ ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. หลังคณะพนักงานสอบสวนมีมติให้แจ้งข้อหา พระธัมมชโย พร้อมพวก อีก 1 ข้อหา คือร่วมกันฟอกเงิน โดยหลังประชุมทางดีเอสไอและปปง.ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด
ส่วนการขอหมายค้นวัดธรรมกายรอบที่ 2 พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ บอกว่าต้องรอหารือ กับอธิบดีดีเอสไออีกครั้ง
ด้านวัดพระธรรมกาย ไม่ขอชี้แจงเรื่องการประชุมขอหมายค้นรอบที่ 2 ของดีเอสไอ โดยอ้างว่า ให้เป็นหน้าที่ของทีมกฎหมายวัดพระธรรมกาย ขณะที่วันนี้ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ออกมาแถลงข่าวโต้กลับ กรณีกระแสข่าวว่าอุโบสถวัดพระธรรมกายมีอาวุธผิดกฎหมาย ใช้ก่อความรุนแรงถ้ามีหมายค้นรอบ2 และเตรียมพาสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ
ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เตรียมหารือประชุมกับเจ้าคณะชั้นปกครองโดยเฉพาะเจ้าคณะภาค 1 และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อหาทางออกในคดีพระธัมมชโย เบื้องต้นตั้งกรรมการสนับสนุนการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ตรวจสอบพระสงฆ์ที่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าผิด พ.ร.บ.สงฆ์หรือไม่