ช้างป่ากว่า 70 ตัว ลงมาหากินในเขตชุมชน พื้นที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี สร้างความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้าน
ล่าสุดชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบประชุมหารือกันเพื่อหาทางแนวทางแก้ไข เบื้องต้นได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปิดพื้นที่ป่าถางหญ้าและเถาวัลย์ออกเพื่อไม่ให้ช้างหลบภัยได้ และจัดชุดเฝ้าระวังในช่วงที่ช้างออกหากินในช่วงเช้าและเย็นในทางสัญจร
ชาวบ้าน กำนันผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าคลองคก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และผู้นำท้องถิ่น ในอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี 5 ตำบล 66หมู่บ้านมาประชุมหารือกันเพื่อหาทางแก้ปัญหา หลังช้างป่ากว่า70 ตัวจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนลงมาหากินในพื้นที่ สร้างความหวาดกลัวและความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรเป็นอย่างมาก
พื้นที่ที่ช้างลงมาอยู่ คือพื้นที่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชุนชน มีถนนสัญจรล้อมรอบ เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ โดยช้างจะออกหากินในช่วงกลางคืนและกลับเข้ามาหลบในพื้นที่ป่าชุมชนนี้เป็นประจำ ทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัวช้างจะทำร้าย โดยเฉพาะชาวสวนยางพาราที่ไม่สามารถออกกรีดยางพาราได้มานานกว่า 1สัปดาห์แล้ว ขณะที่ชาวบ้านบางกลุ่มพยายามผลักดันช้างออกจากพื้นที่ แต่ไม่สำเร็จ
เบื้องต้นได้ข้อสรุป ว่า ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการทำให้พื้นที่ป่าชุมชนและบริเวณโดยรอบไม่ให้รกร้าง เพื่อไม่ให้เป็นที่หลบภัยของช้างป่า นอกจากนี้ยังต้องจัดชุดเฝ้าระวังตามเส้นทางสัญจรที่ช้างป่าผ่าน เพื่อเตือนให้ชาวบ้านระมัดระวัง ซึ่งคาดว่า หากช้างไม่มีที่หลบภัยแล้ว จะสามารถผลักดันช้างให้ออกจากชุมชนได้
ขณะที่ในการแก้ปัญหาระยะยาว ชาวบ้านมีความเห็นว่า จะขุดคูรอบป่าชุมชนนี้เพื่อชะลอการเคลื่อนย้ายของช้างเวลาออกหากิน และชาวบ้านสามารถสังเกตได้ทันเวลาสัญจรผ่าน นอกจากนี้ยังต้องทำป้ายเตือนตามถนนที่ช้างป่าเดินผ่านด้วย
ด้านเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนสันนิษฐานว่า ความแห้งแล้งบนเขาอ่างฤาไนที่เกิดขึ้นทำให้แหล่งน้ำ และแหล่งอาหารบนเขาหมดลงจึงทำให้โขลงช้างป่าต้องพากันอพยพ และเดินข้ามเขตเข้ามาหากินในพื้นที่ของชาวบ้านในอำเภอแก่งหางแมวจังหวัดจันทบุรี เพื่อความอยู่รอด โดยปัญหาลักษณะนี้จะเกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูแล้ง และพบจำนวนช้างป่าที่ลงมาในพื้นที่ชุมชนนั้นมีแนวโน้มที่มากขึ้นเรื่อยๆ