วันนี้ (23 มิ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติเดช โชโต หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 19 พร้อมด้วย พ.อ.เอกธวุฒิ คงคาเขต ผู้แทนทหารมณฑลทหารบกที่ 45 และนายวิศาล กองโชค ปลัดอำเภอท้ายเหมือง ใช้อำนาจตามมาตรา 44 นำกำลังเข้าตรวจสอบท่าทรายบริเวณปากคลองทุ่งมะพร้าว หมู่ 6 ต.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกป่าชายเลนและป่าสงวนแห่งชาติ
เบื้องต้น พบมีการปักป้ายอ้างเอกสารสิทธิ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบพิกัดและบางส่วนมีความเหลื่อมล้ำที่อาจอยู่ในเขตป่าชายเลนและป่าสงวนแห่งชาติคลองทุ่งพร้าวจริง จึงได้ทำการบันทึกหลักฐานเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดและดำเนินการต่อไป และหากพบว่ามีการกระทำ ผิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีทันที
ด้านนายมานพ นำพา กำนัน ต.ท้ายเหมือง กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวนี้ เจ้าหน้าที่ได้ พยายามเข้ามาตรวจสอบหลายครั้ง แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบคนที่อยู่ในพื้นที่นั้น จะยิงปืนข่มขู่เจ้าหน้าที่ของรัฐขณะเข้าตรวจสอบเสมอ และมีลักษณะเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล ดังนั้นการตรวจสอบครั้งนี้จึงขอใช้อำนาจตาม ม.44 ของ คสช.ในการดำเนินการ
ต่อมา ตัวแทนบริษัทเอกชนเจ้าของพื้นที่ที่ถูกพาดพิงถึงได้ชี้แจงกับพีพีทีวีถึงกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการยิงปืนขู่เจ้าหน้าที่ว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความเป็นจริง เป็นการกล่าวหาโดยปราศจากข้อเท็จจริง ซึ่งทางบริษัทขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีกับผู้ที่กล่าวพาดพิงตามกฎหมาย
ส่วนสาเหตุที่ถูกร้องเรียนและมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นครั้งนี้น่าจะเกิดจากความขัดแย้งของคนในพื้นที่และมีการอาศัยเจ้าหน้าที่เป็นเครื่องมือ เนื่องจากที่ผ่านมาพื้นที่ของบริษัทเคยถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นมาแล้วถึง 4 ครั้งซึ่งทางบริษัทก็ให้ความร่วมมือในการตรวจค้น และยืนยันว่าเจ้าของพื้นที่ได้ซื้อพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็น นส.3 จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 149 ไร่ พร้อมกับมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานคัดแยกทรายมาอย่างถูกต้อง และพร้อมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ