วันนี้ (24 มิ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา หรือ กพย. ร่วมกับ เครือข่ายนักวิชาการจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยข้อมูลเตือนภัยตำรับยาต้านแบคทีเรียที่ควรถอดถอนออกจากประเทศไทย
โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิงนิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการ กพย. เปิดเผยรายงานการวิจัยระบุว่า ในแต่ละปีคนไทยติดเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาประมาณ 88,000 คน เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยา อย่างน้อยปีละ 20,000 - 38,000 คน ส่งผลต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 46,000 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากการใช้ยาต้านแบคทีเรียที่ไม่เหมาะสมหรือเกินความจำเป็น
ทั้งนี้ ในปัจจุบันยังมีทะเบียนตำรับยาต้านแบคทีเรียที่ไม่เหมาะสมแพร่หลายตามท้องตลาดมากกว่า 40 ตำรับที่มีทะเบียนตำรับยาที่ไม่เหมาะสม เช่น ยาอม ที่ไม่ควรมีส่วนผสมของยาต้านเชื้อแบคทีเรีย เพราะร้อยละ 80 ของอาการเจ็บคอ ไม่ได้เกิดจากเชื้อดังกล่าว และอาจทำให้เกิดเชื้อดื้อยาในลำไส้ เช่นเดียวกับยาแก้ท้องเสียที่ ร้อยละ 80 เกิดจากเชื้อไวรัส การเติมยาต้านแบคทีเรียจึงไม่มีความจำเป็น
นอกจากนี้ ยังพบในสูตรตำรับยาผสมชนิดฉีด ยาเหน็บทวารหนัก ยาเหน็บช่องคลอด และยาต้านแบคทีเรียชนิดใช้ภายนอก ซึ่งเครือข่ายนักวิชาการจะยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ถอนบัญชียาเหล่านี้ออกจากประเทศ
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์พิสนธิ์ จงตระกูล ประธานคณะทำงานสร้างเสริมความเข้มแข็งภาคประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล เปิดเผยว่า ตัวอย่างยาที่สมควรเพิกถอนทะเบียนตำรับยาอันดับแรก คือ ยาอมที่มีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะ หรือยาต้านแบคทีเรีย โดยเฉพาะสูตรยาที่มีนีโอมัยซิน (Neomycin) เนื่องจากนีโอมัยซินไม่ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเจ็บคอ แต่ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ เมื่อกินยานี้จะชักนำให้ดื้อต่อยาปฏิชีวนะกลุ่มที่เป็นยาที่ใช้ช่วยชีวิตคนที่ติดเชื้อดื้อยาในกระแสเลือด