พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2558 ว่าได้ตั้ง 4 ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงทางการค้าเป็นหลัก โดยแบ่งอออกเป็น 2 ยุทธศาสตร์ภายในประเทศ คือ เรื่องราคาสินค้า และผลผลิตทางการเกษตรทั้งระบบ โดยเฉพาะข้าว
ส่วนยุทธศาสตร์นอกประเทศจะเน้นไปที่ภาคการส่งออกและการดูแลการค้าภายใต้กรอบอาเซียนและการค้าชายแดน ซึ่งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานจัดทำกรอบแนวทางต่างๆ ให้เกิดความชัดเจน และจะมีเร่งรัดติดตามแผนการปฏิบัติงานในทุกๆ 3 เดือนอีกด้วย
ขณะที่ มาตรการดูแลภาคการส่งออกที่หลายฝ่ายออกมาคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าปีนี้อัตราการขยายตัวภาคการส่งออกอาจจะไม่ถึงร้อยละ 2.5 - 3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิยช์ กล่าวว่า จะเดินหน้ามาตราการเชิงรุกเพื่อผลักดันภาคการส่งออกให้ได้ร้อยละ 4 ตามที่กระทรวงได้ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ คณะทำงานจะเดินทางไปประชุมเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อผลักดันการค้าชายแดนระหว่างไทย - เมียนมาร์ ให้เกิดความร่วมมือในการขยายเขตการค้าชายแเเดนร่วมกัน
ทั้งนี้ เรื่องการควบคุมราคาสินค้าได้กำชับให้กรมการค้าภายในเร่งสรุปทบทวนต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคตามสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่อยู่ในบัญชีควบคุมของการการค้าภายใน 43 รายการ ว่าจะมีการปรับลดราคาสินค้าลงหรือไม่ แต่ต้องเป็นไปตามราคากลไกตลาด เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถประกาศลดราคาสินค้าได้ภายในเดือนนี้อย่างแน่นอน แต่จะเป็นกลุ่มสินค้าอะไรบ้างนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะแต่ละรายการสินค้ามีต้นทุนที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบ ราคาน้ำมัน และค่าเงินเดือนแรงงาน
สำหรับแนวทางการระบายข้าวในปีนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับแนวทางใหม่ โดยจะตั้งคณะทำงานที่จะเพิ่มให้มีนักการตลาด นักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัสดุ เพื่อให้คณะทำงานสามารถกำหนดแผนการระบายสต็อกข้าวให้มีความชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเร็วๆ นี้กระทรวงพาณิชย์จะไปเซ็นสัญญาขายข้าวหอมมะลิกับฮ่องกงกว่า 100,000 ตัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี และมั่นใจว่าการส่งออกของข้าวไทยจะกลับมาเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างแน่นอน