เมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 02.00 น.ตามเวลาประเทศไทย คนร้าย 3 คน บุกเข้าไปกราดยิงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผู้โดยสารที่อยู่ในอาคารที่พักผู้โดยสาร ของสนามบินนานาชาติ อตาเติร์ก ในนครอิสตันบูล ของตุรกี โดยภาพจากกล้องวงจรปิดในสนามบินเผยให้เห็นว่า คนร้ายถูกยิงล้มลง ก่อนจะจุดชนวนระเบิดฆ่าตัวตาย เบื้องต้น มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 36 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวตุรกี บาดเจ็บอีกกว่า 147 คน
ขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ แต่นายกรัฐมนตรีบินาลี ยิลดิริม ของตุรกี ซึ่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ระบุว่า หลักฐานที่พบในขณะนี้บ่งชี้ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส แต่ก็ยังต้องสืบสวนต่อไป โดยขณะนี้ได้เบาะแสว่า ผู้ก่อเหตุโดยสารรถแท็กซี่เข้าไปยังสนามบิน ส่วนอาวุธที่คนร้ายใช้เป็นปืนไรเฟิลอัตโนมัติ
ด้านประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ของตุรกี แถลงว่า เหตุโจมตีในครั้งนี้ควรเป็นจุดเปลี่ยนให้ทั่วโลกหันมาสนใจปราบปรามกลุ่มติดอาวุธและกลุ่มก่อการร้ายอย่างจริงจังมากขึ้น เนื่องจากเหตุโจมตีลักษณะนี้ อาจเกิดขึ้นที่สนามบินใดก็ได้ทั่วโลก
หลังเกิดเหตุ นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้ออกมาประณามกลุ่มผู้ก่อเหตุ เช่นเดียวกับนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ที่ระบุว่าเหตุโจมตีลักษณะนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนกลายเป็นการก่อเหตุรายวัน
ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในนามพรรครีพับลิกัน ก็ใช้โอกาสการหาเสียงที่รัฐโอไฮโอ เน้นย้ำถึงภัยที่จะคุกคามประเทศ โดยยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐจำเป็นต้องมีมาตรการที่ชาญฉลาดและเข้มงวด เนื่องจากกลุ่มไอเอสแผ่อิทธิพลเร็วราวกับไฟป่า
ล่าสุด สนามบินอตาเติร์กได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยเริ่มให้บริการเที่ยวบินตั้งแต่เมื่อเวลา 3.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 7.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่ผู้โดยสารหลายร้อยคนที่ยังติดค้างอยู่ ก็ออกมายืนรวมกลุ่มเพื่อรอฟังข่าวด้วยอาการหวาดกลัว ที่ด้านนอกสนามบิน
ทั้งนี้ สนามบินอตาเติร์ก เป็นสนามบินที่มีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของยุโรป และเป็นอันดับ 11 ของโลก โดยเมื่อปีที่แล้ว มีผู้โดยสารใช้บริการมากถึง 61 ล้านคน ส่วนระบบรักษาความปลอดภัยในสนามบินดังกล่าว แม้ว่าจะได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มีความบกพร่อง แต่หลายฝ่ายชี้ว่า มาตรการตรวจสอบยานพาหนะที่เข้า-ออก สนามบิน ยังมีจำกัด
หลังเกิดเหตุ สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA) ได้มีคำสั่งยกเลิกเที่ยวบินขาออกไปยังนครอิสตันบูลและเที่ยวบินจากอิสตันบูลที่ไปยังสหรัฐฯ ก่อนจะมีคำสั่งยกเลิกในเวลาต่อมา ขณะที่ทางการสหรัฐได้สั่งคุมเข้มมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสนามบินทั่วประเทศ
ที่ผ่านมา ตุรกีต้องเผชิญกับเหตุก่อการร้ายหลายครั้ง ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเหตุส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือของกลุ่มไอเอส หรือกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ด ซึ่งรัฐบาลตุรกีกำลังพยายามกวาดล้าง เรามาไล่เรียงเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในตุรกี ตั้งแต่เมื่อกลางปี 2015 ที่ผ่านมากัน