หัวหน้าหน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า นักประดาน้ำและอุปกรณ์สำรวจใต้ท้องทะเลตรวจพบชิ้นส่วนหางของเที่ยวบิน QZ8501 ในพื้นที่ค้นหาที่มีการขยายขอบเขตเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ตรงกับทฤษฎีที่ว่ากระแสน้ำได้พัดพาชิ้นส่วนเครื่องให้ไปไกลจากจุดเดิม
โดยชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดที่ตรวจพบตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเป็นเวลา 11 วัน เพราะส่วนหางของเครื่องบินเป็นบริเวณที่ติดตั้งกล่องดำ หรือ "กล่องบันทึกข้อมูลการบิน" หลักฐานสำคัญที่จะตอบคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับเที่ยวบินนี้ ซึ่งทีมกู้ภัยกำลังเร่งเก็บกู้ขึ้นมาท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย
ด้านนายโทนี่ เฟอร์นันเดซ ซีอีโอสายการบินแอร์เอเชีย ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ว่า เราจะหาชิ้นส่วนทั้งหมดของเครื่องบินให้พบเร็วๆ นี้ รวมถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของญาติมิตร ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุด โดยขณะนี้สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้เพียง 40 ราย แต่การพิสูจน์อัตลักษณ์ด้วยการตรวจ DNA ต้องใช้เวลานาน 1 - 2 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม หลายคนสงสัยว่าปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้เป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากทะเลชวามีความตื้นหากเทียบกับมหาสมุทรอินเดีย ที่มีการค้นหาเที่ยวบิน MH370 เพราะว่าทะเลไม่ลึกมากใต้ทะเลจึงมีโคลนทำให้ทัศนวิสัยใต้น้ำไม่ดี ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ