วันนี้ (5 ก.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อดูแลการทำประชามติ ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วง 2-3 วันนี้ พร้อมกับคำถามเรื่องความยุติธรรม แต่ว่า ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกมายืนยันศูนย์ดังกล่าวจะทำงานเป็นกลางและไม่มีหน่วยงานใดสามารถสั่งการได้
ลีลาการตอกเก้าอี้ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก่อนการเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์นี้ คือ1ในการร่วมประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไม้สักจากสวนป่า องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ซึ่งจะนำมาจัดแสดงและจำหน่ายที่ตลาดน้ำ ข้างคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าสนับสนุนให้คนไทยอุดหนุนสินค้าภายในประเทศ เพื่อส่งเสริมเงินหมุนเวียนในประเทศ
ส่วนเรื่องที่ต้องติดตามในวันนี้ หนีไม่พ้นประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย สนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เช้านี้ปฎิเสธให้สัมภาษณ์ระบุเพียงว่าจะให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี
ส่วนพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า วันที่15กรกฎาคม นี้ จะประชุมทางไกลร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด พร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติที่กระทรวงมหาดไทยต้องเข้าไปดูแล มั่นใจว่าทุกจังหวัดทำงานตามหน้าที่
สำหรับวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีหลายเรื่อง ทั้งการเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมและขอความเห็นชอบจ่ายเงินกู้และขยายระยะเวลาชำระหนี้เงินกู้ตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2558/2559 และการเสนอต่ออายุการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ vat7% ซึ่งจากเดิมจะหมดอายุ30กรกฎาคม ซึ่งหากวันนี้คณะรัฐมนตรีไม่ต่ออายุอาจทำให้เพดาน vat เพิ่มขึ้นจาก7%เป็น10% รวมถึงการพิจารณาการ ปรับปรุง ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ของกระทรวงอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ยังคาดว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.น่าจะรายงานผลการเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หลังจากที่ช่วงนี้เกิดเหตุความไม่สงบบ่อยครั้ง
อย่างที่บอกไปค่ะว่า วันนี้สิ่งที่ต้องจับตามองมากเป็นพิเศษ คือ ความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย สนับสนุนการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เพราะแม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันเรื่องความเป็นกลาง แต่ก็ยังต้องยอมรับว่าหลายฝ่ายยังไม่ให้ความเชื่อมั่น เพราะตามปกติหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงทำให้เกิดคำถามว่า จำเป็นแค่ไหนที่รัฐบาลต่องจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว