ซึ่งข้ออ้างนี้อาจทำให้ศาลพิจารณาลดโทษ ได้ หากฝ่ายจำเลยยื่นขอให้ศาลพิจารณา ซึ่งตามกฎหมายการต่อสู้ด้วยประเด็นนี้ มีให้เห็นบ่อยครั้ง โดยศาลจะพิจารณาลดโทษให้ หากผู้ที่ตกเป็นจำเลย เข้าข่ายเป็นบุคคลต่อไปนี้ ตามกฎหมาย
ที่ผ่านมา บุคคลที่ตกเป็นจำเลย และใช้ประเด็นนี้เป็นข้อต่อสู้ ก็ คือ คดี "หมูแฮม"
ครั้งนั้นศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษจำคุก แต่ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้รอลงอาญา เนื่องจากบิดาของจำเลยยื่นอุทธรณ์ให้แพทย์ตรวจอีกครั้ง ทั้งที่ปกติเมื่อวินิจฉัยในศาลชั้นต้นแล้ว จะไม่มีการสืบคดีใหม่ แต่เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจ สุดท้ายเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่ามีภาวะทางจิตจริง ศาลจึงลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดโดยให้รอลงอาญา
หากฝ่ายจำเลย ยื่นขอให้ศาลพิจารณาประเด็น ภาวะจิตไม่ปกติ ศาลจะพิจารณาจาก ประวัติพฤติกรรมของผู้ป่วย และ หลักฐานทางการแพทย์ หากจำเลยอ้างว่าป่วยทางจิต แต่ไม่เคยมีประวัติรักษา สามารถขอตรวจทางการแพทย์ได้ ซึ่งเรียกว่า นิติจิตเวช
วิธีการมี 5 ขั้นตอน
1. ซักประวัติ – ตรวจร่างกาย
2. ตรวจสอบรูปคดีทั้งหมด
3. ตรวจสอบสภาพจิตใจของผู้ป่วย เชื่อมโยงหาประวัติป่วยทางจิต
4.ใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยา
5. เอ็กซเรย์ร่างกาย ทำ ซีทีสแกน และ MRIT ร่วมด้วย
ผลตรวจเหล่านี้หากมีข้อมูลมากพอ สามารถวิเคราะห์ได้ว่า ผู้ป่วยมีสภาพจิตใจผิดปกติหรือไม่ หรือ ช่วงที่ก่อเหตุมีสภาพจิตใจอย่างไร อาจใช้เวลา 2 สัปดาห์ – 1 เดือน ในการตรวจ
สุดท้าย เมื่อผลการตรวจออกมาแล้ว ศาลจะเป็นผู้พิจารณาประกอบกับหลักฐานอื่นๆร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล คดีหญิงไก่ก่อนถูกจับอาจยังปกติอยู่ แต่พอขึ้นศาลอาจมีใบรับรองแพทย์ได้ ว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว และหญิงไก่มีสิทธิจ้างจิตแพทย์วินิจฉัยได้ด้วย ซึ่งทำให้ฝ่ายลูกจ้างกังวล แต่ในกรณีของหญิงไก่ แตกต่างจากคดีของ หมูแฮม เนื่องจากเป็นการกระทำผิดหลายกรรมหลายวาระติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี น่าคิดว่า หญิงไก่ มีภาวะจิตไม่ปกติจริงหรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ ที่คนไม่รู้เรื่องจะแจ้งจับลูกจ้างหลายคนได้