วันนี้ (12 ก.ค.) ศาลอนุญาโตตุลาการถาวรที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ จะอ่านคำวินิจฉัยต่อกรณีการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกันในทะเลจีนใต้ ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องคู่กรณี คือ รัฐบาลจีน ตั้งแต่เมื่อปี 2013
ไม่ว่าผลการตัดสินของศาลในวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม รัฐบาลฟิลิปปินส์ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต ได้วางยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมเดินหมากต่อจากนี้แล้ว โดยหากฟิลิปปินส์เป็นผู้ชนะในคดีความนี้ ก็พร้อมจะเปิดเจรจาระดับทวิภาคีกับจีน เพื่อหาทางคลี่คลายข้อพิพาทโดยเร็ว ซึ่งการเจรจาอาจรวมถึงการยื่นข้อเสนอใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในทะเลจีนใต้ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งรัฐบาลจีนเอง ยืนกรานไม่เข้าร่วมกระบวนการทางกฎหมายในครั้งนี้ และจะไม่ยอมรับคำตัดสินของศาล ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม โดยมองว่าศาลไม่มีอำนาจอันชอบธรรม พร้อมทั้งอ้างว่า มีอีกกว่า 60 ประเทศ ที่สนับสนุนจุดยืนของตน แม้จะยังไม่ค่อยมีประเทศใดออกมาประกาศสนับสนุนอย่างเป็นทางการก็ตาม
ก่อนหน้านี้ ทางการจีนออกมาแสดงความเห็นว่า ข้อพิพาททะเลจีนใต้เป็นเรื่องในภูมิภาค ต้องแก้ไขด้วยการเจรจาโดยตรงระหว่างคู่กรณี และไม่ควรมีบุคคลที่ 3 ที่อยู่นอกภูมิภาค ยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ซึ่งเป็นการกล่าวถึง พันธมิตรสำคัญของฟิลิปปินส์ อย่าง สหรัฐ ที่จีนเชื่อมาตลอดว่าเป็นตัวการปลุกปั่นสถานการณ์ในภูมิภาค
ทั้งนี้ ทะเลจีนใต้ ถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาคเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งทางเรือที่สำคัญ และเชื่อกันว่าใต้พื้นทะเลมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองขนาดใหญ่ จึงเป็นที่ต้องการของหลายประเทศ อาทิ จีน ซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้เกือบทั้งหมด รวมถึงฟิลิปปินส์ บรูไน มาเลเซีย ไต้หวัน และเวียดนาม จึงไม่แปลกที่วันนี้จะมีหลายประเทศคอยติดตามคำวินัจฉัยของศาลอนุญาโตตุลาการถาวรอย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า จีนอาจตอบโต้ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าว หลังจากที่ได้โหมโรงท้าทายอำนาจศาลด้วยการสั่งฝึกซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในน่านน้ำดังกล่าวมาแล้ว
ส่วนฟิลิปปินส์เองก็เตรียมขอแรงสนับสนุนจากประชาคมอาเซียน เพื่อกดดันให้จีนเคารพและปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล ซึ่งแม้จะไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เชื่อว่าจะกระเทือนภาพลักษณ์ของจีนในเวทีโลกได้
ทีมข่าวต่างประเทศ PPTV รายงาน