สามทางออกของจีนหลังคำตัดสินอนุญาโตตุลาการ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คำตัดสินของอนุญาโตตุลาการเมื่อวันที่12 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งจะส่งผลทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อการเมืองในภูมิภาคและนอกภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทางออกที่หนึ่ง คือ จีนยังคงยืนหยัดถึงท่าทีของตัวเองเหมือนเดิมทุกประการก่อนที่จะมีการตัดสินใจคือ ไม่ยอมรับคำพิพากษาของอนุญาโตตุลาการแบบสิ้นเชิง ขณะนี้ท่าทีนี้ถือว่าเป็นการยืนกระต่ายขาเดียว เพราะประเด็นสำคัญที่รัฐบาลจีนใช้เป็นข้ออ้างอันดับหนึ่งในการครอบครองสิทธิ เหนือบริเวณเกาะหรือโขดหินในทะเลจีนใต้นั้น ได้ใช้สิทธิข้ออ้างทางประวัติศาสตร์เป็นเกณฑ์ทั้งนั้น คำพิพากษาออกมาชัดเจนว่าฟังไม่ขึ้น ความเข้าใจของจีนในประเด็นต่างๆ ในกฎหมายทะเลนั้นผิดเพี้ยนไปหน่อย

ท่าทีนี้จะทำให้จีนเป็นเป้าหมายของการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและยุโรปต่อไปอย่างต่อเนื่อง ในฐานะที่จีนไม่ยอมรับความเป็นจริงและคำพิพากษาตามวิถีกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อเป็นเช่นนี้ จีนอาจจะมีท่าทีเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายทะเลฉบับนี้ หรืออาจจะพิจารณาถอนตัวออกจากกฎหมายฉบับนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าสหรัฐอเมริกาไม่ได้เข้าร่วมภาคีกฎหมายฉบับนี้แต่ก็ไม่ได้ออกมาประนาม

ทางออกที่สอง คือ รัฐบาลจีนต้องถ่อมตัวเล็กน้อย ไม่ออกมาโวยวายอย่างที่เป็นอยู่ คำพิพากษานี้มีพันธะและจะมีผลต่อเนื่องตลอดไป รัฐบาลจีนได้ออกมาติเตียนคำพิพากษาครั้งนี้ว่ามันผิดกฎหมาย กำมะลอ และยังขัดต่อกฎหมายทางทะเลอีกด้วย สร้างความเสียหายให้กับความน่าเชื่อถือของระบบศาลและกระบวนยุติธรรมในเวทีต่างประเทศ

ฉะนั้นจีนควรมีท่าทีแบบสหรัฐอเมริกาคือเปลือกนอกไม่ยอมรับ เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีกฎหมายทะเลฉบับนี้ แต่สหรัฐอเมริกามักออกมาเน้นว่า ถึงเป็นเช่นนั้นก็ไม่เคยได้ละเมิดสิทธิของประเทศที่ได้ภาคยานุวัติกับกฎหมายทะเลฉบับปี 1982 เป็นไปได้มากที่รัฐบาลจีนอาจจะพยายามปรับท่าทีตัวเองแบบเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน เพื่อรักษาหน้าและท่าทีตัวเองให้ดี

ต้องยอมรับว่า คำพิพากษาครั้งนี้ถือว่า “จัดเต็ม” เพราะออกมาบอกปัดความเป็นเจ้าของตามข้ออ้างจีนทุกประการ คณะลูกขุนยังกำชับว่า เกาะสเแปรตลีย์นั้นเป็นแนวโขดหินไม่ใช่เกาะอย่างที่จีนได้อ้างสิทธิมาตลอด นอกจากนั้น ยังลงความเห็นว่า เกาะสกาโปโล โชล (Scarborough shoals) เป็นของฟิลิปินส์ ฉะนั้นที่ผ่านมาจีนทำผิดกฎหมายที่เข้าไปครอบครองเกาะนี้ พร้อมกับติเตือนจีนว่ามีส่วนทำลายสภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเลในบริเวณทะเลจีนใต้ เช่น เขตแนวประการัง

คำพิพากษามีข้อดี คือ ทำให้คู่กรณีเห็นชัดเจนว่าบริเวณที่เคยถูกอ้างสิทธิเป็นเจ้าของมาตลอด ตอนนี้มีสถานะภาพอย่างไร ทำให้คู่กรณีเข้าใจดีขึ้น และอาจจะเปิดโอกาสให้ประเทศเหล่านี้หาทางออกร่วมกันโดยสันติวิถี นอกจากนั้น คำพิพากษายังบ่งชี้ชัดออกมาว่าเกาะที่ไต้หวันครอบครองชื่อเกาะ อิตู อาบาร์ หรือ ไต้ผิง นั้น ตามจริงถือว่าเป็นแค่โขดหินมิได้เป็นเกาะอย่างที่รัฐบาลไต้หวันโฆษณาชวนเชื่อมาตลอด

ทางออกที่สาม คือ จีนหันหน้าเข้าหาอาเซียนเพื่อเร่งเจรจาแผนปฎิบัติการในทะเลจีนที่เรียกว่า ซีโอซี (code of conduct in South China Sea) ตอนนี้ฝ่ายจีนได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันและหาข้อยุติในการเจรจา โดยเฉพาะกับประเทศที่มีข้อพิพาททางด้านดินแดน ทางออกนี้ดีที่สุด เพราะมันจะเสริมสร้างสัมพันธ์อาเซียน-จีนให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น ขณะนี้มิตรภาพอาเซียน-ตกต่ำมากเพราะการสร้างเกาะเทียมของจีนในช่วงปีกว่าๆ ที่ผ่านมา

ต้องยอมรับว่าวันนี้ จีนถูกกดดันหนัก ประเด็นที่ต้องระวังคืออย่าให้จีนต้องเสียหน้า ที่ผ่านมาประวัติศาสตร์หลายศตวรรษจะพบว่า จีนได้ถูกโลกตะวันตกดูถูกและครอบครองเอาผลประโยชน์มาตลอด ฉะนั้นจีนต้องดำเนินนโยบายที่มีแนวทางชัดเจนในการแก้ไขปัญหาในทะเลจีนใต้กับสมาชิกอาเซียน มิฉะนั้นมันจะเป็นหอกข้างแคร่ที่จะมาทำลายตัวเอง

 

AFP Photo / TED ALJIBE 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ