จากคำแถลง เป็นที่ชัดเจนว่า เมย์ รัชนก ไม่มีเจตนาที่จะใช้สารกระตุ้น เพราะแม้สารที่พบ คือ triamcinolone acetonide (ไตรแอมซิโนโลน – อซิโตไนด์) จะเป็นสารต้องห้าม แต่การฉีดยา ก็เป็นไปตามกฎของ BWF คือ ฉีดเข้าไปที่เส้นเอ็น ในบริเวณที่บาดเจ็บเท่านั้น การฉีดนี้ จึงผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบของทีมแพทย์แล้ว ว่าเป็นเพียง “การรักษา” ไม่ใช่การ “เพิ่มสมรรถภาพของร่างกาย” ถ้าจะผิดกฎ “สาร” ที่เข้าสู่ร่างกาย ต้องเข้าด้วยวิธีอื่น คือ ผ่านเข้าทางปาก ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อโดยตรง หรือทางทวารหนัก ดังนั้น เมย์ ไม่ได้ทำผิดกฎตั้งแต่แรก เมื่อชี้แจงจึงพ้นจากข้อกล่าวหา
กรณีของรัชนก ที่ถูกตรวจสอบการใช้สารต้องห้าม ไปใกล้เคียงกับ ลี ชอง เหว่ย อดีตนักแบดมินตันชายเดี่ยวมือ 1 ของโลกชาวมาเลเซีย หนึ่งในคนที่โพสต์ บอกว่า “รัชนก คือนักแบดมินตันหญิงเดี่ยว ที่ดีที่สุด” ลี ชอง เหว่ย ถูกตรวจพบสาร เดกซาเมทาโซน ในกลุ่ม สเตียรอยด์ที่ใช้รักษาอาการบาดเจ็บ ลดการอักเสบ ซึ่งสารชนิดนี้ถูกตรวจพบในวุ้นอาหารเสริมที่กินมานานถึง 13 ปี โดยเค้าถูกตรวจพบระหว่างการแข่งขันชิงแชมป์โลกที่เดนมาร์กเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
จากเหตุการณ์นั้น ลี ชอง เหว่ย ถูกแบน 8 เดือน ทำให้อันดับโลกตกไปอยู่อันดับ 182 ของโลก จนเค้าพ้นโทษได้กลับมาลงเล่นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วหลังจากคณะกรรมการพิจารณาว่า ลี ชอง เหว่ย ไม่ใช่กรณีตั้งใจโด๊ปเพื่อโกงการแข่งขัน
หลังจากพ้นโทษแบน ลี ชอง เหว่ย กลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในวงการลูกขนไก่ชายอีกครั้ง กลับมาครองตำแหน่งมือ 1 ของโลกหลังคว้าแชมป์อินโดนีเซียโอเพ่นเมื่อเดือนมิถุนายน ผลงานในปีนี้ของลี ชอง เหว่ย ลงเล่นไป 29 นัด ชนะ 27 แพ้เพียง 2 นัด จึงทำให้เค้ากลับมาทวงบัลลังก์เบอร์ 1 ของโลกอีกครั้ง พร้อมกับความหวังเหรียญทองโอลิมปิกที่บราซิล