ชี้การนำเสนอข้อมูลการแข่งขันของสื่อหลายสำนัก เปรียบเสมือนเป็นคู่มือสำหรับนักพนันแบบเจาะลึก
จากผลสำรวจพฤติกรรมการรับชม และการเล่นพนันทายผลฟุตบอลยูโร2016 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังการแข่งขันฟุตบอลยูโร ระหว่างวันที่11- 22ก.ค.59 ในกลุ่มนักพนันมัธยมปลายและอาชีวศึกษา 3,832 ตัวอย่าง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี ราชบุรี ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฏร์ธานี และสงขลา พบว่า ฟุตบอลยูโรยังเป็นที่นิยมของวัยรุ่น เกินครึ่งติดตามรับชมการถ่ายทอดสด พบพฤติกรรมเสี่ยงขณะรับชม เช่น ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานอาหารฟาสด์ฟู้ด ดื่มน้ำหวานน้ำอัดลม และชวนเพื่อนเล่นการพนัน
นายธน หาพิพัฒน์ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) ระบุว่า แม้กลุ่มตัวอย่าง 66% จะรับรู้การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ห้ามเล่นการพนัน จากโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง แต่ยังคงเล่นการพนันสูงถึง 57% ที่น่าห่วงคือกลุ่มตัวอย่างถึง 8% ที่เคยคิดว่าจะไม่เล่นกลับหันมาเล่นพนัน เนื่องจากสื่อตามช่องทางเฟซบุ๊ก เคเบิลทีวี และเว็บพนันต่างๆ มีอิทธิพลต่อการกระตุ้นและจูงใจ ที่สำคัญเงินพนันเฉลี่ยต่อคู่จากเดิม 1,879 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 3,123 บาท ทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน เสียการเรียน และเกิดความเครียดตามมา
สอดคล้องกับ ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา (Media Monitor) ที่กล่าวว่า จากการมอนิเตอร์ข้อมูลจากสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และเว็บไซต์ ช่วงที่มีการแข่งขันบอลยูโร พบว่า หนังสือพิมพ์กีฬารายวันยังครองแชมป์การให้ข้อมูล ชี้ช่องทางเล่นพนันทายผล หรือเรียกว่าเป็นเหมือนคู่มือสำหรับนักพนัน ทั้งบอกวิธีการเล่น บอกแต้มต่อ บอกความเคลื่อนไหวต่างๆ ส่วนสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ยังมีการเสนอเนื้อหาที่ลงลึกเข้าไปในระดับการพนัน และมีการให้เสี่ยงโชคพนัน เช่น ส่งSMS ขณะที่หนังสือพิมพ์รายวันบางส่วน เสนออัตราต่อรอง ที่น่าห่วงคือเว็บไซต์ซึ่งเป็นที่นิยมของนักพนันมีให้เห็นเป็นจำนวนมาก เพียงแค่ใส่คำค้นเข้าไปก็จะปรากฎเนื้อหาการรับแทง ช่องทาง ราคา ในขณะที่การนำเสนอกิจกรรมรณรงค์การต่อต้านการเล่นพนันบอลตามสื่อต่างๆ พบว่ามีน้อยมาก
ด้าน พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การขอรับคำปรึกษาสายด่วนเลิกพนัน1323 ช่วงฟุตบอลยูโร2016 มีเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า เมื่อเทียบกับช่วยฟุตบอลโลก2014 พบในกลุ่มผู้ใหญ่มากกว่าเยาวชน โดยลักษณะการบำบัดผู้มีปัญหา พบว่าผู้ใหญ่ 30% สามารถเลิกได้ มี 5% ที่กลับไปติดซ้ำ ส่วนกลุ่มเยาวชนพบ 9% เลิกได้ มี 5% ที่ติดซ้ำ สำหรับอาการเสพติดการพนันถ้าไม่ได้เล่น จะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย ร่างกายอ่อนแอ มีโอกาสป่วยง่าย พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง มีภาวะซึมเศร้าเจ็บป่วยทางจิตร่วมด้วย โดยมีภาวะซึมเศร้าและโอกาสฆ่าตัวตายสูงขึ้น 4 เท่า