นายซาโตชิ อุเอมัตซึ ผู้ก่อเหตุวัย 26 ปี ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายหลังก่อเหตุแทงผู้พิการในศูนย์ผู้พิการชานกรุงโตเกียวว่า ตนเองเคยทำงานเป็นลูกจ้างของศูนย์ผู้พิการและบกพร่องทางสติปัญญาแห่งนี้ ก่อนจะถูกไล่ออก และสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากไม่ต้องการให้มีผู้พิการอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่า คนร้ายวางแผนก่อเหตุครั้งนี้มาก่อน เนื่องจากเมื่อ 5 เดือนก่อน เขาเคยส่งจดหมายแจกแจงรายละเอียดของการก่อเหตุในครั้งนี้ไปที่รัฐสภาญี่ปุ่น
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิด แสดงให้เห็นเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ ที่นายอุเอมัตซึขับรถสีดำ พร้อมอาวุธมีดหลายเล่ม ไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองซากามิฮาระ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว ก่อนจะทุบกระจกอาคารฝั่งตะวันออก เพื่อบุกเข้าไปไล่แทงผู้ป่วยที่อยู่ด้านใน ซึ่งส่วนใหญ่กำลังนอนหลับอยู่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 19 คน บาดเจ็บ 25 คน ในจำนวนนี้ 20 คน มีอาการสาหัส ก่อนที่ตนเองจะตัดสินใจเข้ามอบตัวในอีก 2 ชั่วโมงถัดมา
ล่าสุด นายโยชิฮิเดะ ซูกะ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อความสูญเสียในครั้งนี้ พร้อมระบุว่า ขณะนี้ทางการได้ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลงพื้นที่เก็บข้อมูล เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ต่อไป
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดเหตุสังหารหมู่ไม่บ่อยนัก เนื่องจากมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวด โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุสังหารหมู่ที่รุนแรงที่สุดในญี่ปุ่นนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2