นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่นแถลงว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 28 ล้านล้านเยน หรือ 9 ล้านล้านบาทจะรวมถึงมาตรการด้านการคลังมูลค่า 13 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 4 ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นการใช้จ่ายผ่านรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และการปล่อยสินเชื่อ
โดย นาย อาเบะ กล่าวว่ารัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นความต้องการภายในประเทศและทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้
ขณะเดียวกันการประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวยังกลายเป็นแรงกดดันต่อการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้ให้ต้องดำเนินโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพื่อรองรับมาตรการใช้จ่ายเงินก้อนมหาศาล
นอกจากนี้ นายโยชิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่ารัฐบาลจะประกาศขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำอีก 3 เปอร์เซนต์ หรือ 24 เยนต่อชั่วโมงจากอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 780 เยนต่อชั่วโมง หรือ ประมาณ 360 บาท โดยนายซูกะ ระบุว่า การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเงินฝืดของญี่ปุ่นและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ