ชาวฝรั่งเศสกว่า 3 ล้าน 7 แสนคน นำโดยครอบครัวของเหยื่อผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยผู้นำจาก 44 ประเทศทั่วโลก ร่วมเดินขบวนในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส รวมถึงเมืองอื่นๆของประเทศ เพื่อแสดงพลังความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และไว้อาลัยเหยื่อก่อการร้าย 17 คน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยสูงสุด เฉพาะที่กรุงปารีส มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1 ล้าน 6 แสนคน ถือเป็นการเดินขบวนครั้งใหญ่ที่สุดของกรุงปารีส ซึ่งสะท้อนถึงความตกตะลึงต่อเหตุก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 9 ปีของยุโรป
ประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส พร้อมด้วยผู้นำจากเยอรมนี, อิตาลี, อิสราเอล, ตุรกี, อังกฤษ, รวมถึงดินแดนปาเลสไตน์ ร่วมเดินคล้องแขนนำหน้าฝูงชนนับล้านคน ระหว่างเดินขบวนจากจัตุรัสสาธารณรัฐ หรือปลาส เดอ ลา รีปูบลิก (Place de la Republique) ไปตามท้องถนนของกรุงปารีส ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น มีการระดมทหาร และตำรวจราว 5,500 นาย ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายตัวทั่วเมืองหลวง พร้อมด้วยพลแม่นปืนประจำตามยอดตึก โดยมีการจัดขบวนแยกเป็นสองเส้นทาง จากเหตุผลด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีการตรวจค้นวัตถุอันตรายตามจุดที่มีคนชุมนุมกัน ตลอดเส้นทางเดินขบวน รวมถึงตามสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ ด้วย
นอกจากที่ฝรั่งเศสแล้ว ยังมีประชาชนในอีกหลายประเทศทั่วโลกที่ร่วมเดินขบวนแสดงพลังต่อต้านการก่อการร้าย คู่ขนานไปกับการเดินขบวนในกรุงปารีส
เริ่มกันที่บรรดาประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป ที่กรุงมาดริด ของสเปน ชุมชนชาวมุสลิมเชื้อสายสเปนร่วมกันประณามเหตุก่อการร้ายในกรุงปารีส พร้อมแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสุดโต่ง พร้อมกล่าวว่าอิสลามเป็นศาสนาแห่งสันติ และเรียกร้องให้ชาวโลกอย่าเหมารวมว่าชาวมุสลิมเป็นผู้ก่อการร้าย เช่นเดียวกับชาวมุสลิมหลายแสนคนในบังกลาเทศ และแคว้นแคชเมียร์ ของอินเดีย ที่ออกมารวมตัว แสดงจุดยืนว่าชาวมุสลิมรักสันติ และไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง
ที่กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ประชาชนจำนวนมากออกมารวมตัวอย่างสงบที่สวนสาธารณะกอร์กี เพื่อแสดงพลังสนับสนุนฝรั่งเศส นอกจากนี้ ในช่วงเย็นประชาชนยังมารวมตัวกันที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส เพื่อจุดเทียน และวางดอกไม้ไว้อาลัยให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิตในกรุงปารีส
ที่กรุงเบอร์ลิน ของเยอรมนี ประชาชนกว่า 18,000 คน ออกมาชุมนุมกันบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับประตูบรันเดนบวร์ก (Brandenburger) หลายคนถือภาพการ์ตูนที่เป็นฝีมือของกองบรรณาธิการชาร์ลี เอ็บโด ผู้ล่วงลับ ขณะที่หลายคนร่วมกันวางดินสอและดอกไม้เพื่อไว้อาลัยให้กับเหยื่อผู้เสียชีวิต
ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ชิงช้าสวรรค์ "ลอนดอน อาย" หรือ "มิลเลนเนียม วิล" รวมถึงสะพานยก "ทาวเวอร์ บริดจ์" ในกรุงลอนดอน เปิดไฟเป็นน้ำเงิน ขาว และแดง ในแนวตั้งตามสีของธงชาติฝรั่งเศส ขณะที่ประชาชนจำนวนมากร่วมเดินขบวนแสดงพลังสนับสนุนฝรั่งเศสเช่นกัน
ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ประชาชนหลายร้อยคนรวมตัวกันที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ถือป้ายที่มีข้อความว่า "เฌอ ซุย ชาร์ลี Je suis Charlie (ฉันคือชาร์ลี)" และร่วมกันวางดอกไม้ เพื่อแสดงการไว้อาลัย
ไม่เว้นแม้แต่ พื้นที่ในเขตฉนวนกาซา ซึ่งมีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาจุดเทียนที่หน้าศูนย์วัฒนธรรมฝรั่งเศส เพื่อร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และร่วมประณามเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ โดยผู้นำกลุ่มฮามาสได้ออกมาประณามเหตุโจมตีที่สำนักพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด เช่นกัน
ที่แคนาดา ประชาชนหลายพันคนในกรุงมอนทรีออล ออตตาวา โทรอนโต และแวนคูเวอร์ ออกมาชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนสำนักพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด เช่นเดียวกับประเทศในแถบละตินอเมริกา ที่ประชาชนพากันไปรวมตัวที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสของแต่ละประเทศ เพื่อแสดงพลังสนับสนุนเสรีภาพของสื่อ ส่วนสหรัฐฯ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศไม่ได้มาร่วมเดินขบวนในครั้งนี้ แต่ได้ส่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำฝรั่งเศสเข้าร่วมแทน
ก่อนหน้าการเดินขบวน มีการเผยคลิปวีดีโอของนายอาเมดี คูลิเบลี มือปืนที่จับตัวประกันในซูเปอร์มาร์เก็ตชาวยิว ซึ่งในคลิป เขาได้ประกาศตัวสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวมุสิมในฝรั่งเศสเจริญรอยตาม ขณะที่ตำรวจฝรั่งเศสก็ยังคงตามล่าตัวนางฮายัต บูเมเดียน ผู้ต้องสงสัยคนที่ 4 ซึ่งมีรายงานว่าเธอเดินทางออกจากฝรั่งเศสหลายวันก่อนเกิดเหตุโจมตี และเชื่อว่าขณะนี้อยู่ในซีเรีย
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ามือมืดได้ก่อเหตุวางเพลิงเผาสำนักพิมพ์ฮัมบูร์ก มอร์เกนโพสต์ ในนครฮัมบูร์ก ของเยอรมนี ซึ่งสำนักพิมพ์ดังกล่าวตีพิมพ์ภาพการ์ตูนที่สำนักพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด ตีพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ ทำให้เอกสารต่างๆถูกเผาเป็นจำนวนมาก ล่าสุด เจ้าหน้าที่จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน ทั้งนี้ มีสำนักพิมพ์จำนวนมากในเยอรมนีที่ตีพิมพ์ภาพการ์ตูนดังกล่าว เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนสำนักพิมพ์ชาร์ลี เอ็บโด ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังรักษาความปลอดภัย ป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นซ้ำรอย
ด้านกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ยังคงเฝ้าระวังการก่อการร้ายทั่วประเทศ โดยสั่งการให้ตำรวจทุกนายยุติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และให้พกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ เริ่มมีความเคลื่อนไหวอีกครั้งนับแต่เหตุโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา