วันนี้ (2 ส.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนกับบริษัทอีซี่แคช จำกัด ทยอยเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่ลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และภาคเหนือตอนล่าง เพื่อเร่งรัดการสอบสวนคดีพิเศษ กรณีที่บริษัทอีซี่แคช จำกัด อันอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยมีผู้เสียหายกว่า 200 ราย มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
ปี 2555 บริษัทดังกล่าวเริ่มเข้ามาชักชวนผู้เสียหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ให้นำเงินมาลงทุนเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดหุ้นน้ำมัน โดยให้ลงทุนตามแพ็คเก็ต และบริษัทจะแบ่งผลกำไรให้กับผู้ลงทุนในอัตราดอกเบี้ยสูง ประมาณร้อยละ 630-1,095 ต่อปี
โดยให้โอนเหรียญอีแคชเข้ามาในระบบทุกวัน เป็นเวลา 90 วันทำการ นับจากวันที่ลงทุนจากนั้น ผู้ลงทุนสามารถสั่งถอนเหรียญอีแคชจากระบบ แล้วจะมีกลุ่มบุคคล โอนเงินเข้ามาในบัญชีตามจำนวนที่สั่งถอน แต่ต้นปี 2556 บริษัทฯ ไม่จ่ายผลตอบแทนตามที่ตกลงไว้ ทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหาย
เบื้องต้นอยู่ระหว่างสอบพยานผู้เสียหาย และเส้นทางการเงิน เพื่อเตรียมการแจ้งข้อหากับผู้กระทำความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่ผ่านมามีผู้เสียหายมาให้ปากคำร้องทุกข์แล้วกว่า 100 คน โดยจังหวัดพิษณุโลก มีประชาชนที่หลงเชื่อกว่า 50 คน เสียเงินตั้งแต่ 10,000บาทไปจนถึงหลัก1,000,000บาท และคาดว่าภายใน 3 เดือนจะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องร้องได้ โดยผู้เสียหาย สามารถมาร้องทุกข์กับดีเอสไอในพื้นที่พิษณุโลก จนถึงวันพรุ่งนี้