วันนี้ (5 ส.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครั้งแรกที่ศาลฎีกาได้มีการไต่สวนพยานจำเลยในคดีรับจำนำข้าว และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เบิกความต่อศาลด้วยตนเอง พร้อมยืนยันกับสื่อมวลชนว่าคดีรับจำนำข้าว ตนไม่มีความผิดและมั่นใจในหลักฐานที่จะนำมาสู้คดีในวันนี้
ทั้งนี้การไต่สวนพยานจำเลยครั้งแรก ในคดีที่ตกเป็นจำเลยในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันนี้เป็นการไต่สวน พยานจำเลยปากแรก ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะแถลงเปิดคดีด้วยวาจา 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มไต่สวนพยาน และตอบคำถามของอัยการโจทก์ ซึ่งเตรียมคำถามไว้กว่า 100 คำถาม ตลอดช่วงเช้าและบ่ายวันนี้
โดยนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยตั้งข้อสังเกตว่าเอกสารที่ได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการก่อนหน้านี้ ไม่ได้ถูกดำเนินการตามที่ร้องขอ และการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง กว่า 2.86 แสนล้านบาท ที่ทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสรุปมาเบื้องต้นนั้น ตามหลักต้องประเมินทางคดีอาญาให้เสร็จสิ้นก่อน ทั้งนี้อยากขอความเป็นธรรมด้วยว่าหลังจากมีเหตุการณ์รัฐประหาร ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวเลย เหตุใดจึงนำความเสียหายหลังจากนั้นมารวมกับตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนที่ดูแลรับผิดชอบแล้ว และไม่สามารถควบคุมได้ พร้อมยืนยันว่าโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการที่มีประโยชน์
สำหรับประเด็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อผ่านการลงประชามติ จะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น ไม่สามารถวิจารณ์อะไรได้ ต้องรอผลการออกเสียงประชามติก่อน จึงจะสะท้อนให้เห็นความคิดส่วนใหญ่ของประชาชนในประเทศ และฝากถึงผู้ที่จัดการเลือกตั้ง ว่าต้องมีความโปร่งใส ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจ
พร้อมกับเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประชามติในวันที่ 7 ส.ค. 59 เพราะไม่ใช่แค่การลงคะแนน แต่เป็นการกำหนดอนาคตของประเทศ โดยอยากให้ใช้เวลาที่เหลือใน 2 วันนี้ คิดให้รอบคอบถึงข้อดี ข้อเสีย เพราะคะแนนนั้นนับจากคนที่ออกมาใช้ใช้สิทธิ์เท่านั้น
ส่วนบรรยากาศที่ศาลฎีกาฯ ตั้งแต่เช้าวันนี้มีประชาชนมาให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นจำนวนมาก ขณะที่การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ประจำจุดต่างๆ เพื่อคอยตรวจตราความเรียบร้อย