แม้จะผ่านวันแม่แห่งชาติ 12 ส.ค. ไปแล้ว แต่คนในครอบครัวยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับแม่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่วัยทำงาน ซึ่งปัจจุบันเราสามารถพบเห็นหญิงตั้งครรภ์ ออกไปทำงานนนอกบ้านจนเป็นภาพคุ้นชินตา อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยในช่วงตั้งท้อง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่าไม่ควรทำงานหนักจนเกินไป เพราะอาจส่งผลกระทบทั้งต่อตัวมารดาและบุตรในครรภ์ได้
นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้หญิงมีบทบาทหน้าที่ในสังคมเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องรับผิดชอบทั้งงานในบ้านและทำงานนอกบ้านไปพร้อมๆกัน การเตรียมความพร้อมเป็นคุณแม่ สำหรับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเรียนรู้วิธีดูแลตนเองระหว่างตั้งครรภ์ควบคู่กับการทำงานที่ปลอดภัย โดยหากเป็นงานที่ไม่หนักหรือเป็นความรับผิดชอบที่ไม่มากนัก สามารถทำงานได้จนกว่าจะคลอด แต่ควรหลีกเลี่ยงงานในลักษณะที่ต้องมีการเดินบ่อย ยืนเป็นเวลานานๆ หรือว่าต้องยกของหนัก แต่หากจำต้องยกของหนักควรใช้วิธีการงอเข่า หลังเหยียดตรงและปล่อยน้ำหนักไว้ที่ต้นขา จะช่วยไม่ให้คุณแม่ปวดหลัง
“ระหว่างการทำงานควรมีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ โดยหมั่นขยับร่างกายตัวเองอยู่เสมอ หากต้องนั่งเก้าอี้นานๆ ควรมีพนักพิงที่เอียงประมาณ 110-120 องศา อาจเสริมเบาะสำหรับพิงเพื่อจะได้นั่งให้ก้นชิดพนักพิง ควรสวมใส่ชุดคลุมท้องที่เบาสบายไม่รัดรูปจนเกินไป และงดใส่รองเท้าส้นสูง”
นอกจากงานนอกบ้านยังมีงานในบ้านที่ไม่ควรทำด้วย เช่น การยกของในบ้าน ทำความสะอาดห้องน้ำ เพราะอาจจะทำให้ลื่นล้มได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังปัญหาสุขภาพในช่วงตั้งครรภ์ที่พบบ่อย คือ ภาวะโลหิตจาง ทำให้คุณแม่มีอาการอ่อนเพลีย ซีด เหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมบ่อย วิงเวียนศีรษะและเบื่ออาหาร ซึ่งอันตรายของภาวะเลือดจางระหว่างตั้งครรภ์นั้น เลือดที่ไปเลี้ยงรกจะมีออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ทำให้ทารกเกิดความผิดปกติหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น คุณแม่มือใหม่จึงควรอยู่ในความดูแล ของแพทย์อย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์
ไม่เพียงเท่านั้น การสร้างโภชนาการที่ดีตั้งแต่ในครรภ์ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสารอาหารมีผลต่อการเติบโต และพัฒนาการทางสมองของทารก การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นจำพวกโปรตีน จากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง แร่ธาตุเหล็กพบมากในตับ ไอโอดีนจากอาหารทะเล วิตามินโฟเลทจากผักใบเขียว เช่น กุ่ยช่าย หน่อไม้ฝรั่ง อาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย และควรพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด ออกกำลังกายพอประมาณ ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน และงดสูบบุหรี่ รวมทั้งกินยาบำรุงตามแพทย์สั่ง สำหรับยาอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งและเมื่อมีความผิดปกติควรพบแพทย์ทันที