ขณะที่การประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราต่อเนื่อง โดยในวันนี้ ฝ่ายเลขานุการแจ้งว่าคณะกรรมาธิการจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญให้ได้อย่างน้อยวันละ 18 มาตรา เพื่อให้ทันตามกรอบระยะเวลา
การพิจารณาร่างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรายมาตราของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 2 ในวันนี้ ฝ่ายเลขานุการแจ้งว่าคณะกรรมาธิการจะต้องยกร่างรัฐธรรมนูญให้ได้อย่างน้อยวันละ 18 มาตรา เพื่อให้ทันตามกรอบระยะเวลาการจัดทำรัฐธรรมนูญ ตรวจทานร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับวันที่ 1 เมษายนนี้ ก่อนจะส่งให้ สปช. พิจารณา
โดยเริ่มที่การพิจารณามาตราที่ว่าด้วยการบัญญัติให้ "บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพลักษณะก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ มิได้"
ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการยกร่างฯ ชี้แจงว่า มาตรานี้มีไว้เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจสั่งการหรือมีมาตรการชั่วคราวเพื่อให้หยุดการกระทำที่จะกระทบต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ประเด็นนี้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญหลายคนได้สลับกันอภิปรายเพื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหา เช่น การขอให้กำหนดการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ชัดเจน 2 ช่องทาง ประกอบด้วย การยื่นผ่านอัยการสูงสุด เพื่อให้เป็นหน้าที่ของทนายแผ่นดินในการดำเนินการ และให้ประชาชนยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ทั้งหมดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการตีความเหมือนกับอดีต
ท้ายที่สุดแล้วที่ประชุมคณะ กมธ.ยกร่างฯยังให้คงเนื้อหาไว้ตามเดิมตามที่ฝ่ายเลขานุการนำเสนอ แต่ได้เพิ่มถ้อยคำที่ให้กลุ่มบุคคลสามารถยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
ขณะที่ก่อนการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.วันนี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช. ในฐานะประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้หารือและชี้แจงถึงความคืบหน้าการยกร่างรัฐธรรมนูญที่อยู่ระหว่างการพิจารณายกร่างเป็นรายมาตรา
ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมรับฟังข้อเสนอของนายบวรศักดิ์แล้ว เห็นด้วยให้ตัวแทนกรรมาธิการยกร่างฯ มารายงานความคืบหน้าการทำงานต่อที่ประชุมสปช.ในทุกวันจันทร์และวันอังคาร
ส่วนที่ประชุม สปช.วันนี้ มีวาระพิจารณารายงานศึกษา เรื่องการเปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 โดยนายทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน เปิดเผยว่า ผลการพิจารณาสรุปเป็น 3 แนวทาง คือให้กระทรวงพลังงาน ดำเนินการเปิดให้สัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้วยระบบสัมปทาน ไทยแลนด์ทรี พลัส ตามแผนงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน /ยกเลิกการใช้ระบบสัมปทาน ในการเปิดสัมปทานรอบที่ 21 และนำระบบแบ่งปันผลผลิต / และ ให้ดำเนินการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ด้วยระบบสัมปทานไทยแลนด์ทรี พลัส และให้กระทรวงพลังงานดำเนินการศึกษาและเตรียมการให้มีระบบแบ่งปันผลผลิตที่เหมาะสมกับศักยภาพของการผลิตปิโตรเลียมให้พร้อมไว้เพื่อเป็นทางเลือก แล้วให้รัฐบาลตัดสินใจในการให้สิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลี่ยมในครั้งต่อๆไป
ทั้งนี้ กมธ.ปฏิรูปพลังงานมีมติเสนอทางเลือกที่ 3 ต่อที่ประชมสปช. เพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรี เพราะเป็นทางเลือกที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด
ขณะที่ นายคุรุจิต นาครทรรพ รองประธานกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน ยืนยันว่า สาเหตุที่ต้องเปิดสัมปทานฯว่า เพื่อนำมาทดแทนปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่ลดลง เนื่องจากมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นทุกปี ถ้าไม่ลงทุนสำรวจเพิ่มเติม ประเทศจะมีปริมาณก๊าซสำรองใช้ไปได้อีกแค่ 7 ปี จึงต้องมีการเปิดแปลงสำรวจในรอบ 21 จำนวน 29 แปลง ซึ่งจะมีเงินลงทุนเข้าประเทศ 5 พันล้านบาท
ส่วนการจัดเก็บรายได้ที่มีการถกเถียงในสังคมว่ามีความเหมาะสมแค่ไหนนั้น เห็นว่าระบบไทยแลนด์ทรี พลัส ที่เป็นระบบการจัดเก็บรายได้มีความเหมาะสมกับประเทศ เพราะเก็บรายได้ตามปริมาณที่สำรวจพบ อีกทั้ง การสำรวจครั้งนี้จะสร้างประโยชน์ในเรื่องเทคโนโลยี เกิดการจ้างงานในพื้นที่ เป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้ประเทศ