การประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช เมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นการพิจารณาเพื่อลงมติรายงานการศึกษา ที่เสนอโดยกรรมาธิการปฏิรูปพลังงานเสียงข้างมากที่เสนอให้เปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21
โดยก่อนจะลงมติ นายคุรุจิต นาครทรรพรองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะรองประธาน กรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน คนที่ 1ยืนยันต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งส่งเสริมหาแหล่งปิโตรเลียมใหม่โดยการเปิดให้ยื่นขอสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 21 ภายใต้การเปิดสัมปทานกับภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ หรือไทยแลนด์ ทรี พลัส
ขณะที่พล.ร.อ.กพะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิก สปช. อภิปรายว่ารายงานที่กรรมาธิการอ้างอิงนั้น ไม่น่าเชื่อถือเพราะมีแต่คนทำงานด้านพลังงานทั้งนั้นและการพิจารณาในเรื่องนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษาผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมจึงควรชะลอการ เปิดสัมปทานออกไปก่อน จนกว่าจะมีคำตอบถึงผลดีผลเสียและผลกระทบที่ชัดเจนหลังลงมติที่ประชุมได้เสนอให้ส่งข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของสมาชิกไปให้รัฐบาลเพื่อพิจารณาด้วย
ซึ่งผลการลงคะแนนปรากฎว่า สมาชิก สปช.ลงมติด้วยคะแนน 130 ต่อ 79 เสียง งดออกเสียง 21เสียง ไม่เห็นด้วยกับรายงานการศึกษาของกรรมาธิการปฏิรูปพลังงาน