ภาพเปรียบเทียบในอายุ 21 ปี ของเด็กชายนฤดล เยื้อนหนูวงศ์ หรือ น้องโอ๊ต ที่หายจากบ้านไปตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เป็นเพียงเบาะแสเดียวที่นางสุรีรัตน์ บัวนาค มารดาของน้องโอ๊ต มีอยู่ หลังได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สเก็ตช์ภาพให้เพื่อช่วยตามหาลูกชายที่หายจากบ้านไป เช่นเดียวกับอีกหลายครอบครัวที่ใช้วิธีนี้ในการตามหาบุตรหลาย
หลักฐานจากภาพสเก็ตช์เป็นเพียงความเป็นไปได้เท่านั้น เพราะในความเป็นจริงรูปร่างหน้าตาของเด็กที่หายไปอาจเปลี่ยนแปลงไปมากกว่านี้ แต่สิ่งที่จะยืนยันความสัมพันธ์และตัวบุคคลได้ดีที่สุด คือ สารพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ
สถาบันนิติเวชวิทยาจะเก็บสารพันธุกรรมจากเนื้อเยื่อบริเวณกระพุ้งแก้มของคนในครอบครัวรวบรวมไว้ในฐานข้อมูล เพื่อนำมาใช้เมื่อพบเด็กที่เข้าข่ายจะเป็นเด็กหายก็จะนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสารพันธุกรรมเปรียบเทียบ เพื่อให้ได้ข้อมูลยืนยันตัวตนและความสัมพันธ์ที่ชัดเจนและแม่นยำ
สถิติจากมูลนิธิกระจกเงาพบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิ้นเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเด็กหายรวมกว่า 264 ราย เป็นเด็กชาย 67 ราย และเด็กหญิง 197 ราย ซึ่งอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของการตามหาเด็กหายคือไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้ การเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้เปรียบเทียบ จึงเป็นอีกความหวังหนึ่งที่จะทำให้การตามหาเด็กหายง่ายขึ้น
กัสกร ประดับมุข ถ่ายภาพ
กชวรรณ ปักครึก พีพีทีวี รายงาน