ชาวกะเหรี่ยงที่พักอาศัยในป่าแก่งกระจาน พร้อมด้วยทนายความได้เดินทางเข้ารับฟังการนั่งพิจารณาคดีของศาลปกครองเป็นครั้งแรก ในคดีที่ชาวกระเหรี่ยง 6 คน ยื่นฟ้องศาลกรณีที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จุดไฟเผาบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ยุ้งฉาง ทรัพย์สิน และขับไล่ชาวกระเหรี่ยงตำบลห้วยแม่เพรียงออกจากพื้นที่
ร.ต.ต.สุรศิษฎ์ เหลืองอรัญนพา อนุกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ ในฐานะทนายความของชาวกะเหรี่ยง เปิดเผยว่า ค่อนข้างผิดหวังกับความเห็นของตุลาการศาลปกครองผู้แถลงคดีในวันนี้ แต่ก็ยังตั้งความหวังถึงคำพิพากษาของศาลปกครองน่าจะเป็นประโยชน์แก่ชาวบ้าน เนื่องจากมีพยานซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ ได้สำรวจพื้นที่ป่าเมื่อปี 2528 พบว่ามีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ก่อนประกาศเป็นเขตอุทยาน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าชาวกะเหรี่ยงไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่า และการกระทำของ นายชัยวัฒน์ ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
สำหรับการนัดพิจารณาคดีในวันนี้มีเพียงชาวกะเหรี่ยง และทนายความเดินทางมาที่ศาลเท่านั้น ขณะที่ นายคออี้ มีมิ หรือ ปู่คอี้ ผู้นำป่าแก่งกระจาน ซึ่งเป็นปู่ของ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงซึ่งหายตัวไป ไม่ได้เดินทางมาศาลแต่อย่างใด ซึ่งทางทนายความระบุว่าปู่คออี้ จะมาฟังคำพิพากษาของศาลด้วยตัวเองในวันที่ 7 กันยายนนี้