ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 59 ที่ผ่านมา ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.ท.มงคล อ่อนแก้ว รอง ผกก. พ.ต.ท.สมบัติ กาญจนะบุตร สว.กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี ร่วมกันสอบปากคำ นายเมธี ปากน้ำเค็ม อายุ 23 ปี ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน "ฉ้อโกงทรัพย์" โดยจับกุมตัวได้ที่ร้านนัทเกมส์ อินเทอร์เนต เลขที่ 202 ถ.หมู่บ้านประชานิเวศน์ 3 ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี
โดยสืบเนื่องมาจาก ที่นายเมธี ได้กระทำการหลอกลวง ขายสินค้าตามเพจต่างๆ บนเฟซบุ๊ก ซึ่งกรณีนี้มีผู้ตกเป็นเหยื่อนับร้อยราย คุณเล็ก ผู้ขายสินค้าออนไลน์ ได้ให้ข้อมูลว่า ตนได้ติดตามพฤติกรรมของบุคคลนี้มากว่า 4 เดือน โดยเห็นว่านายเมธีจะใช้วิธีปลอมเฟซบุ๊กขึ้นเพื่อไปหลอกขายของตามเพจต่างๆ โดยอาศัยใช้รูปภาพของคนที่เคยขายของและดูน่าเชื่อถือจริงๆ ต่อมาเมื่อมีการเตือนต่อๆ กัน นายเมธีก็จะเปลี่ยนกลุ่มไปเรื่อยๆ แต่ยังใช้วิธีเดิม และเมื่อเหยื่อไม่ทันระวังตัวก็จะถูกโกงเงิน
ด้านนางสาวน.ส.บุศยพรรณ แสงจันทร์รุ่ง อายุ 26 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ได้เปิดเผยถึงพฤติกรรมของนายเมธีว่า นายเมธีได้ติดต่อมาส่วนตัวทางแชทเฟซบุ๊ก เนื่องจากเขาได้ประกาศตามหาสินค้าผ่านเพจทางเฟซบุ๊กไป ซึ่งนายเมธีจะมีพฤติกรรมการปลอมตัวเป็นผู้ขายสินค้าออนไลน์ที่น่าเชื่อถือรายหนึ่งในเฟซบุ๊กที่ได้ขายสินค้าอยู่เป็นประจำ โดยการสร้างบัญชีเฟซบุ๊กขึ้นมาพร้อมนำข้อมูลรวมถึงรูปภาพทั้งหมดมาใช้ในการหลอกลวง ทำให้เขาไม่ทันระวังตัวและตกลงซื้อสินค้า จากนั้นนายเมธี ก็จะเปลี่ยนช่องทางการติดต่อผ่านทางไลน์ ซึ่งได้มาทราบทีหลังว่าเหตุที่นายเมธีกระทำเช่นนี้ เพื่อไม่ให้เหยื่อรู้ตัวเร็วว่าได้ถูกบล็อคเฟซบุ๊ก และเมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว นายเมธีก็จะทำการบล็อคทุกช่องทางการติดต่อ และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ซึ่งกรณีของ คุณบุศยพรรณ ได้สูญเงินไปทั้งสิ้นจำนวน 4,600 บาท
อย่างไรก็ตามหลายคนอาจเห็นว่ากรณีเช่นนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตของทีมนิวมีเดีย PPTV พบว่า มีผู้ถูกโกงเงินจากการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง แต่เพราะด้วยความสะดวกรวดเร็ว การซื้อขายสินค้าออนไลน์ก็ยังได้รับความนิยมอยู่
เว็บไซต์กองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้แนะนำวิธธีการป้องกันตนเอง ไว้ดังนี้
ทำอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
ก่อนทำการ ซื้อ-ขาย ควรขอข้อมูลจากผู้ขาย เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ เลขที่บัตรประชาชน และเลขที่บัญชี พร้อมทั้ง ชื่อบัญชี ภาษาไทย + ภาษาอังกฤษ ให้ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปค้นหาใน Google ชื่อดังกล่าวเคยมีประวัติการโกงไว้ในเว็บอื่นๆ หรือไม่ ก่อนทำการโอนเงิน
ถ้าต้องโอนเงินให้ก่อน ควรขอเบอร์โทรศัพท์บ้านของผู้ขาย และโทรเช็คว่ามีตัวตนอยู่จริงหรือไม่
กรณีอ้างว่าเป็นร้านค้า ให้ขอหลักฐาน เบอร์โทรศัพท์ของร้าน ทะเบียนการค้า หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นการยืนยันว่าเป็นร้านค้าจริง ๆ
ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงควรระวังและตรวจสอบข้อมูลจากผู้ขายโดยละเอียด ให้ขอเบอร์โทรบ้าน และโทรเช็คก่อนทุกครั้ง
พฤติกรรมเข้าข่ายเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้
ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเกินไป
หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ให้หลักฐานแต่อย่างใด
เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ขายจะหายตัวไป ไม่รับโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์หนีในที่สุด
นัดเจอเพื่อดูสินค้า แล้วขอรับสินค้าก่อนโดยอ้างว่าจะโอนเงินให้ภายหลัง
บันทึกรายละเอียดของประกาศนั้น ไว้เป็นหลักฐาน และ print ออกมาเป็นเอกสาร
เตรียมหลักฐานการโอนเงิน เลขที่บัญชีธนาคาร หลักฐานการติดต่อ เช่น e-mail เบอร์โทรศัพท์ หรือหมายเลขพัสดุ
แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ท้องที่ที่คุณไปโอนเงิน ว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวัน และออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
นำใบแจ้งความ ส่งให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ เพื่อขอหมายเลข IP ของมิจฉาชีพ (หมายเลข IP สามารถใช้แกะร่องรอยและขยายผลในการจับกุมได้)
นำเอกสารข้อ 1-4 ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ที่แจ้งความ เพื่อออกหมายจับ และพาไปจับกุมตัว หรือ ส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (http://www.tcsd.in.th)
ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี