ตัวแทนชนกลุ่มน้อย 17 กลุ่ม จากทั้งหมด 20 กลุ่ม ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มกะเหรี่ยง กะฉิ่น ฉาน และ ว้า เดินทางมาร่วมการประชุมสันติภาพชาติพันธุ์ หรือ ปางโหลงศตวรรษที่ 21 ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของเมียนมาร์
บรรยากาศการประชุมวันแรก มีตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ สวมชุดประจำเผ่า มาร่วมการประชุมครั้งประวิติศาสตร์นี้กันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
นาง ออง ซาน ซูจี รัฐมนตรีต่างประเทศ และที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้ขึ้นกล่าวเปิดงาน ระบุว่านี่นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะยุติความขัดแย้งทั่วประเทศ ที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายสิบปี พร้อมให้คำมั่นว่า รัฐบาลเมียนมาร์จะให้เกียรติและเคารพสิทธิ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ อย่างเท่าเทียมกันในการเจรจา นี่นับเป็นโอกาสสำคัญให้เราเดินหน้าเพื่อความสำเร็จ ที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของเรา ขอให้เราเอื้อมออกไปคว้าโอกาสนี้ด้วยปัญญา ด้วยความกล้า และด้วยความขยันหมั่นเพียร เพื่อสร้างอนาคตใหม่ที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง
การประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของกลุ่มชาติพันธุ์ และฝ่ายรัฐบาลเมียนมาร์ หลังพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD คว้าชัยในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว โดยมีนายพล มิน อ่อง หล่าย และ นาย บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย
บัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ บอกว่า ขอความแสดงความยินดีกับทุกฝ่าย ที่ใช้ความอดทน ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของความประนีประนอม เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปประเทศ แม้นี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและยังมีหนทางอีกยาวไกล แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีมาก
ชื่อการประชุม ปางโหลง เป็นการอ้างอิงถึง สนธิสัญญาปางโหลง ที่นายพล อองซาน บรรลุร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในเมียนมาร์ เมื่อปี 1947 ขณะที่ประเทศยังอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศอังกฤษ
สนธิสัญญาปางโหลง เน้นย้ำถึงสิทธิ์ในการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ก่อนที่จะได้รับเอกราชจากอังกฤษ แต่หลังจากนายพลอองซานถูกสังหารในปีต่อมา ข้อตกลงปางโหลงก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายกองทัพเมียนมาร์ และกลายเป็นโมฆะ จึงเป็นที่มาให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จับอาวุธสู้รบกับกองทัพเมียนมาร์