จากที่สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประเมินว่าสินค้าประมงจากไทยเข้าข่ายเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) และคาดว่าจะออกใบเหลืองเตือนการนำเข้าสินค้าประมงไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์นี้ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากเดือนกุมภาพันธ์ ทางสหภาพยุโรปจะเข้ามาประเมินไทยอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ซึ่ง มั่นใจว่า ภายในระยะเวลา 6 เดือนจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากไทยได้ปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงให้สอดคล้องกับกฎหมายประมงสากล และหลังจากนี้จะมีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านประมงในระยะยาว
นอกจากมาตรการดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังมีการจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมง การควบคุมและเฝ้าระวังการทำ การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ และการปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ ประมง
ด้าน นายชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย มองว่า ภาครัฐตอบสนองการแก้ปัญหาสินค้าไอยูยูได้รวดเร็ว และออกนโยบายครบถ้วน ทำให้ภาคเอกชนมั่นใจว่า สินค้าประมงไทยจะไม่ถูกอียูให้ใบแดงจากอียูในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งมาตรการรัฐในครั้งนี้ ถือว่าสำคัญมาก เพราะถือเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมส่งออกสินค้าประมงไทย ซึ่งมีมูลค่าสูงติด 1 ใน 10 ของโลก ส่งออกไปยังประเทศต่างๆกว่า 200 ประเทศ
อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าประมงสูงถึงปีละ 242,691 ล้านบาท โดยส่งออกไปยังสหภาพยุโรปประมาณ 32,000 ล้านบาท